ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกประจำสัปดาห์ มีมาให้แฟนๆติดตามชมเช่นเคย ซึ่งครั้งนี้บรรดาแข้งจากลิเวอร์พูล ที่โชว์ฟอร์มถล่มฮัดเดอร์สฟิลด์ 5-0 พาเหรดติดมาถึง 5 ราย ส่วนคนอื่นๆมีใครบ้าง ไปรับชมพร้อมๆกัน
ผู้รักษาประตู – ริโก้ (ฟูแล่ม)
ป้องกันประตูเน้นๆได้หลายครั้ง ตลอดทั้งเกมเซฟไปถึง 8 หนซึ่งทั้งหมดมาจากช่วงครึ่งหลัง คลีนชีตเกมนี้ทำให้ฟูแล่มไม่เสียประตูมาแล้วสามเกมติด

กองหลัง – เทรนท์ อเล็กซ์ซานเดอร์-อาร์โนลด์ (ลิเวอร์พูล)
เป็นกองหลังที่มีทักษะการวางบอลที่ยอดเยี่ยมเหลือเกิน นอกเหนือจากแอสซิสต์ให้โม ซาลาห์ ทำประตูแล้ว ในเกมนี้เด็กหนุ่มวัย 20 ปี ยังเป็นแข้งลิเวอร์พูลที่เข้าปะทะบอลได้มากที่สุด
กองหลัง – อารอน วาน-บิสซาก้า (คริสตัล พาเลซ)
รับมือกับพายุเกมบุกของเอฟเวอร์ตันได้ดี จนทำให้เขาเป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์
กองหลัง – อิสซ่า ดิย็อป (เวสต์แฮม)
อ่านเกมได้ดีเหลือเกิน คุมเกมรับของเวสต์แฮมเนียนกริบ จากสถิติเกมนี้ออกมาว่า ดิย็อป เคลียร์บอลไป 8 ครั้ง ตัดบอล 6 ครั้ง และบล็อคไปอีก 3 ครั้ง

กองหลัง – แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (ลิเวอร์พูล)
วิงแบ็คจอมแอสซิสต์ จ่ายให้เพื่อนยิงได้เพิ่มอีก 2 ครั้ง ทำให้ยอดรวมตอนนี้มีตัวเลขที่ 11 ครั้ง ซึ่งไม่มีกองหลังคนไหนทำได้มากกว่าเขาอีกแล้ว
กองกลาง – นาบี้ เกอิต้า (ลิเวอร์พูล)
รับบทมิดฟิลด์หมายเลข 6 และ หมายเลข 8 ในเกมเดียว ซึ่งเกอิต้า ก็ทำออกมาได้ดี ประตูแรกในวินาที 15 นับเป็นประตูที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร
.jpg)
กองกลาง – ยูริ ตีเลม็องส์ (เลสเตอร์)
เลสเตอร์ได้เปรียบจากที่อาร์เซน่อลเหลือผู้เล่น 10 คน แต่จากนั้นก็ยังพังประตูไม่ได้ ก่อนที่แข้งดาวรุ่งเบลเจี้ยนจะมาโขกประตูขึ้นนำ ซึ่งทำให้ 9 เกมที่ลงเล่นในพรีเมียร์ลีก ตีเลม็องส์ มีส่วนร่วมกับประตูไปแล้ว 7 ประตู (ยิง 3 จ่าย 4)
.jpg)
กองกลาง – ซาดิโอ มาเน่ (ลิเวอร์พูล)
เกือบได้ทำแฮตทริกจากลูกโหม่งทั้งสามประตู แต่น่าเสียดายที่โขกไปชนเสาเสียก่อน
กองหน้า – โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล)
ซาลาห์ คนเดิมกลับมาแล้ว มีส่วนร่วมกับเกมตลอดเวลา สองประตูในเกมนี้ส่งให้เขาขึ้นไปรั้งดาวซัลโวแบบเดี่ยวๆที่ 21 ประตู อีกทั้งทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นประวัติศาสตร์ของลิเวอร์พูลที่ยิงประตูได้มากที่สุดจากการลงสนาม 100 นัด ที่ 69 ประตู
.jpg)
กองหน้า – เซร์คิโอ อเกวโร่ (แมนฯซิตี้)
เป็นซีซั่นที่ 5 ติดต่อกันแล้วที่ “กุน” ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกแตะหลัก 20 ลูก
กองหน้า – เจมี่ วาร์ดี้ (เลสเตอร์)
นับตั้งแต่เบรนแดน ร็อดเจอร์ เข้ามาคุมเลสเตอร์ ไม่มีนักเตะคนไหนในลีกยิงประตูได้มากเท่ากับเจมี่ วาร์ดี้ เลย

