ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ทำประตูปลดล็อกให้ แมนฯ ซิตี้ ขึ้นนำไปก่อน 1-0 ในนาทีที่ 26 แต่ทีมเยือนมาตีเสมอเป็น 1-1 ได้สำเร็จจาก ราดาเมล ฟัลเกา ในนาทีที่ 32 จากนั้นนาที 40 กลายเป็น โมนาโก ที่พลิกขึ้นนำ 2-1 จากการยิงของ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้
เกมครึ่งหลังดำเนินมาถึงนาทีที่ 50 โมนาโก มีโอกาสทิ้งห่าง เมื่อได้ลูกโทษ แต่ ฟัลเกา ยิงไปติดเซฟของ วิลลี่ กาบาเยโร่ นายทวารทีมเจ้าถิ่น และนาทีที่ 58 เป็น “เรือใบสีฟ้า” ที่มาไล่เจ๊า 2-2 จากการยิงของ เซร์คิโอ อเกวโร่ แต่ โมนาโก ก็ขึ้นนำอีกครั้ง 3-2 จากการยิงสุดสวยของ ฟัลเกา นาทีที่ 61
อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 71 อเกวโร่ มาทำประตูที่สองให้กับตัวเองและช่วยให้ ซิตี้ ตีเสมอ 3-3 และหลังจากนั้นแค่ 4 นาที จอห์น สโตนส์ ขึ้นมายิงจ่อๆ ให้เจ้าถิ่นพลิกนำ 4-3 ก่อนที่ ซิตี้ จะได้ประตูย้ำชัยจาก เลรอย ซาเน่ นาทีที่ 82 และนี่คือ 7 เรื่องราวที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นในเกมนี้
1. สกอร์ 5-3 ในนัดนี้ ถือเป็นการทำประตูกันได้มากสุดในฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อกเอาต์ เกมแรก
2. โมนาโก เสีย 5 ประตูเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การลงเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ของพวกเขา
3. แมนฯ ซิตี้ ทำได้ 5 ประตูเป็นหนที่สองใน แชมเปี้ยนส์ ลีก หลังเคยทำกับ ซีเอสเคเอ มอสโก เมื่อปี 2013
4. ราดาเมล ฟัลเกา ทำ 2 ประตูในเกมเดียวถือว่ามากสุดในการเล่นที่ แมนเชสเตอร์ นับตั้งแต่เคยลงเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 15 เกม
5. ประตูตีเสมอของ เซร์คิโอ อเกวโร่ ถือเป็นประตูที่ 200 ของ ซิตี้ ในฟุตบอลยุโรป
6. แมนฯ ซิตี้ เซฟจุดโทษได้หมดใน 5 ครั้งหลังที่เสียในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก
7. เกมดุเดือดจนมีถึง 10 ใบเหลือง ซึ่งมากสุดใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นนี้


