เตะมุมพิฆาต, ต้องแก้เรื่องสมาธิ! 5 ประเด็นลิเวอร์พูลถลุงเวสต์แฮม เกมพรีเมียร์ลีก

ลิเวอร์พูล สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมโดยเฉพาะการเล่นลูกเตะมุมที่มีส่วนทำให้ทีมนำ 3-0 ตั้งแต่ครึ่งแรก แต่สิ่งที่ยังต้องกลับแก้ก็คือการมีสมาธิกับเกมซึ่งเป็นงานสำคัญที่ อาร์เน่อ สล็อต จำเป็นต้องติวเข้มลูกทีม หลังจบแมตช์ “หงส์แดง” ทุบ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 5-2 ที่แอนฟิลด์ ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

1. สร้างความได้เปรียบเร็วซึ่งไม่ค่อยเห็นในซีซั่นนี้

หลังจากที่ต้องอาศัยช่วงนาทีบาปในเกมชนะ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แมตช์นี้ ลิเวอร์พูล ไม่ต้องเสียเวลาในการปลดล็อกลูกแรก เพราะพวกเขาได้ประตูขึ้นนำตั้งแต่ 5 นาทีแรก 

  การประสานงานระหว่าง ไรอัน กราเฟนแบร์ก กับ อูโก้ เอกิติเก้ นำไปสู่การได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อ “หงส์แดง” ยิงนำเร็วทำให้ทีมครองเกมได้ตลอด และสร้างความได้เปรียบเหนือกว่าผู้มาเยือน

    จะว่าไปแล้วการได้ประตูขึ้นำเร็วเป็นอะไรที่สาวก “เดอะ ค็อป” ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนักในซีซั่นนี้ เพราะส่วนใหญ่แล้วพวกเขามักจะเสียประตูเร็วซะมากกว่า ดังนั้นการได้เห็นทีมยกระดับฟอร์มการเล่นแบบนี้ น่าจะทำให้ช่วงที่เหลืออยู่ของซีซั่นนี้ “หงส์แดง” คงมีอะไรเจ๋งๆ เป็นทีเด็ดให้เห็นเรื่อยๆ 

2. ฟาน ไดค์ ฮอตไม่หยุด 

    ฟาน ไดค์ คนดีคนเดิมกลับมาแล้ว หลังจากที่เขาแสดงผลงานในเกมรับได้อย่างคงเส้นคงวา ตอนนี้เจ้าตัวกลับมาแข็งแกร่งในการเล่นเกมรุก และช่วยทีมทำประตูได้อย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา 

    กัปตันทีมลิเวอร์พูลโขกทำประตูที่สามของตัวเองจากการเล่น 6 เกมพรีเมียร์ลีก ช่วยให้ทัพ “หงส์แดง” หนีห่างเป็น 2-0 ในนาทีที่ 24 โดยเป็นอีกครั้งที่ เวสต์แฮม รับมือกับลูกเตะมุมไม่ได้ และต้องชดใช้จังหวะแบบนี้ด้วยการเสียประตู

สำหรับตอนนี้ ปราการหลังทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ตะบันไปแล้ว 28 ประตูในฐานะผู้เล่นเซนเตอร์แบ็ก (ไม่นับรวมจุดโทษ) โดยเป็นรองเพียง จอห์น เทอร์รี่่ ตำนานกองหลังเชลซี (41 ประตู) ดังนั้นต้องยอมรับว่า ฟาน ไดค์ คือกองหลังที่แข็งแกร่งทั้งเกมรับ และเกมรุกอย่างแท้จริง 

3.ปัญหาการรับมือลูกเตะมุมของ เวสต์แฮม

    จริงๆ แล้วช่วงครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ยังมีเวลาอีกพอที่จะบวกเพิ่มได้อีกหลายครั้ง และแน่นอนว่ามันมาจากลูกเตะมุม เพราะเกมนี้ต้องยอมรับว่า เวสต์แฮม รับมือการลูกฟรีคิกและเตะมุมได้ย่ำแย่สุดๆ 

     ในช่วงที่กำลังจะพักครึ่ง และ เวสต์แฮม ยังพอมีความหวังจะกลับเข้าสู่เกมได้ แต่ ลิเวอร์พูล กลับตอกฝาโลงใส่พวกเขาอย่างเด็ดขาด โดยลูกเปิดของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แฉลบ จาร์ร็อด โบเว่น นิดนึงทำให้เปลี่ยนทางโดยไม่ตั้งใจไปยังเสาไกล เปิดโอกาสให้ อูโก้ เอกิติเก้ ได้โอกาสส่งบอลย้อนกลับให้ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ที่ยืนโล่งๆ ได้ตะบันอย่างงามเข้าประตู  

    นี่คือครึ่งแรกในแบบที่ ลิเวอร์พูล ต้องการ หลังจาก อาร์เน่อ สล็อต เคยวิจารณ์ฟอร์มช่วง 45 นาทีแรกของทีมในเกมที่สนามซิตี้ กรวนด์ ซึ่ง ฟอเรสต์ ข่มทัพ “หงส์แดง” มิดด้ามชนิดที่ร่อแร่เกือบเสียประตูหลายครั้ง  

    แน่นอนว่าการป้องกันลูกเตะมุมของ เวสต์แฮม ในเกมนี้น่าผิดหวังมากๆ และมันส่งผลเสียหายต่อรูปเกม โดยเฉพาะการที่ต้องตามหลังสามลูกตั้งแต่ครึ่งแรกจึงเป็นเรื่องยากมากที่จะกลับมาสู่เกมได 

4. ลิเวอร์พูล สร้างสถิติพรีเมียร์ลีก ยิงประจากเซตพีซต่อเนื่องมากสุด

    แม้ซีซั่นนี้ ลิเวอร์พูล จะมีปัญหาเกมรับจากลูกตั้งเตะอยู่บ้าง แต่ในจังหวะเกมรุก พวกเขายังคงอันตรายเสมอ และช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ลูกทีมของกุนซืออาร์เน่อ สล็อต สามารถยกระดับขึ้นไปอีกขั้น

    จากข้อมูลของ “ออปต้า” (Opta) ระบุว่า ลิเวอร์พูล ทำประตูจากลูกตั้งเตะติดต่อกันถึง 7 ลูก (ไม่รวมจุดโทษ) หลังจากออกนำ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-0 ซึ่งไม่มีทีมใดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกทำได้มากเท่านี้

    ทัพ “เดอะ เร้ดส์” ยิงสามประตูในครึ่งแรกจากลูกเตะมุม โดยได้สกอร์จาก อูโก้ เอกิติเก้, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ และ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ก่อนที่ประตูของ โกดี้ คักโป ในครึ่งหลังจะเป็นการยุติสถิติดังกล่าว

    สำหรับตอนนี้ ลิเวอร์พูล กลายเป็นทีมที่สองในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกที่ยิงได้ 3 ประตูจากลูกเตะมุมในครึ่งแรกในเกมเดียว ต่อจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เคยทำได้ในเกมพบ เลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อเดือนกันยายน 2016

5. เกมรับหลุดสมาธิ

    เรื่องที่น่าตำหนิสำหรับเกมนี้ของ ลิเวอร์พูล ก็คือการเล่นเกมรับที่ค่อนข้างสะปะสะเปะในบางช่วง และการเสียสมาธิ ส่งผลให้ทีมต้องอยู่ในสถานการณ์กดดันโดยไม่จำเป็น ซึ่งหากคู่แข่งไม่ใช่ เวสต์แฮม งานนี้ “หงส์แดง” อาจโดนทะลวงมากกว่าสองประตู

    จริงๆ แล้วสัญญาณความหละหลวมในเกมรับแสดงให้เห็นตั้งแต่ครึ่งแรก ทั้งการเตะบอลไม่ดีของ อลีสซง ที่ไปติด จาร์ร็อด โบเว่น หรือการส่งบอลคืนหลังเบาเกินไปของ ไรอัน กราเฟนแบร์ก แต่เดชะบุญที่ “ขุนค้อน” ไม่สามารถฉกฉวยโอกาสจากจังหวะเหล่านั้นได้

    จนกระทั่งครึ่งหลังอาการขาดสมาธิแสดงออกอย่างชัดเจนตั้งแต่เริ่มเกม ทั้งการสกัดบอลไม่เด็ดขาดของ อิบราฮิม่า โกนาเต้ และการไม่วิ่งตามประกบของ ฟาน ไดค์ จนทีมโดน  โทมัส ซูเช็ค วิ่งสอดเข้ามายิงตีไข่แตก ตามด้วยการสกัดไม่เด็ดขาดของ โดมินิค โซโบซไล ทำให้ ครีเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ ได้ยิงประตูแต่ติดเซฟ “พ่อหมี” และจากลูกเตะมุมนำไปสู่การเสียประตูที่สอง

    ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะมีบางจังหวะที่แนวรับต่อบอลแบบสะปะสะเปะจนโดนแย่ง ลองนึกภาพหากพลาดเสียท่าในจังหวะแบบนี้ให้กับแนวรุกของ แมนฯ ยูฯ หรือ อาร์เซน่อล บอกได้เลยว่าสาวก “เดอะ ค็อป” คงน้ำตาตกแน่นอน 

    ถ้าหากเกมนี้ ลิเวอร์พูล ไม่เสียสองประตู พวกเขาจะขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 4 ทันทีจากการมีประตูได้เสียดีกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด แต่เพราะการขาดสมาธิส่งผลเสียอย่างที่เห็น 

    ดังนั้นสิ่งสำคัญหลังจบเกมนี้ โค้ชอาร์เน่อ ต้องกลับไปติวเข้มลูกทีมให้มีสมาธิอยู่กับเกมจนกว่าเสียงนกหวีดยาวของผู้ตัดสินจะดังขึ้น