อย่าซ้ำรอยเทรนต์! ภารกิจเร่งด่วน ลิเวอร์พูล ขยายสัญญา 6 แข้งคีย์แมนต่อจาก โกนาเต้

หลังจาก อิบราฮิม่า โกนาเต้ เหลือสัญญากับ ลิเวอร์พูล เพียงไม่กี่เดือน สโมสรจึงต้องเร่งจัดลำดับความสำคัญเรื่องการต่อสัญญานักเตะคีย์แมนรายอื่นๆ ทันที เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต

การเจรจาระหว่างตัวแทนของ โกนาเต้ กับสโมสรยังคงดำเนินอยู่ ขณะที่เขากำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของสัญญาฉบับปัจจุบัน ซึ่งสถานการณ์เดียวกันนี้ก็เกิดขึ้นกับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เช่นกัน

ทั้งสองรายถือเป็นภารกิจเร่งด่วนที่สุดในเวลานี้ เนื่องจากเหลือสัญญากับทีมอีกเพียงไม่กี่เดือน แต่ ลิเวอร์พูล ไม่อาจละสายตาจากกลุ่มนักเตะที่กำลังจะถึงคิวต่อสัญญาฉบับใหม่รายถัดไปได้ โดย “หงส์แดง” ไม่สามารถปล่อยให้เกิดมหากาพย์แบบกรณีของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ซ้ำรอยอีกครั้ง

สำหรับนักเตะชุดใหญ่มีถึง 12 ราย ที่สัญญาจะหมดลงภายในปี 2027 หรือ 2028 ซึ่ง ลิเวอร์พูล จำเป็นต้องจัดลำดับความสำคัญว่าใครควรได้รับการต่อสัญญาใหม่เป็นรายต่อไปอย่างเร่งด่วนที่สุด

– โดมินิค โซโบซไล : หมดสัญญาปี 2028

การเจรจากำลังดำเนินอยู่ แต่ กองกลางกัปตันทีมชาติฮังการี ยืนยันว่าเรื่องนี้ “ไม่ได้อยู่ในมือผม” ระหว่างที่เขารอคอย “ข้อเสนอที่เหมาะสม” แม้จะย้ำชัดว่าเจ้าตัวรักสโมสรแห่งนี้ก็ตาม

ลิเวอร์พูลจำเป็นต้องทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้สายตาของ โซโบซไล หันเหไปทางอื่น และสิ่งนั้นสามารถป้องกันได้ด้วยการไม่ยื่นข้อเสนอที่ต่ำกว่ามาตรฐานหรือไม่น่าประทับใจ

แน่นอนว่าสโมสรย่อมมีกรอบค่าเหนื่อยที่ต้องพิจารณา และข้อเสนออาจมีเงื่อนไขโบนัสตามผลงานเป็นหลัก แต่การจับเขาต่อสัญญายาวเกินปี 2028 ควรถูกยกให้เป็นภารกิจเล็งด่วน แม้ว่านักเตะบางรายจะเหลือสัญญาน้อยกว่าก็ตาม

สตาร์ชาวฮังการี มีคุณสมบัติของกัปตันทีม “หงส์แดง” ในอนาคต เขาพัฒนาผลงานทั้งจำนวนประตูและแอสซิสต์ดีขึ้นทุกๆ ฤดูกาล เป็นฟันเฟืองสำคัญของทีม และในวัย 25 ปี “โซโบ” ยังอยู่ในช่วงพีคของอาชีพค้าแข้ง

บทสรุป : รีบต่อสัญญาโดยด่วน แม้ต้องคำนึงถึงโครงสร้างค่าเหนื่อยของทีม แต่ โซโบซไล คือหัวแถวของคลื่นลูกใหม่แห่ง “สตาร์” ของลิเวอร์พูล.

– เคอร์ติส โจนส์ : หมดสัญญาปี 2027

ก่อนหน้านี้ เคอร์ติส โจนส์ เคยตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ อินเตอร์ มิลาน ตลอดช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา และตอนนี้สัญญาปัจจุบันจะเข้าสู่ปีสุดท้ายในช่วงซัมเมอร์นี้

ลิเวอร์พูล ทุ่มเทอย่างมากกับการพัฒนา โจนส์ มาตลอดหลายปี และในวัย 25 ปี ตอนนี้เขาก้าวเข้าสู่ช่วงพีคของอาชีพ นอกจากนี้ยังเป็นนักเตะท้องถิ่นที่เติบโตจากระบบเยาวชนของสโมสร ซึ่งการมีตัวแทนเป็นเด็ก “ลูกหม้อ” อยู่ในสนามถือเป็นสิ่งสำคัญที่ควรรักษาไว้

เข้าใจได้ถึงความต้องการส่วนตัวของเขาที่อยากลงเล่นอย่างสม่ำเสมอมากขึ้น แต่ ลิเวอร์พูล ไม่อาจปล่อยนักเตะสารพัดประโยชน์และทุ่มเทเพื่อทีมแบบนี้หลุดมือไปได้ และข้อเสนอใหม่ก็น่าจะต้องสะท้อนคุณค่าดังกล่าวอย่างเหมาะสม

บทสรุป : นักเตะท้องถิ่น เติบโตจากอะคาเดมี่ รักสโมสร และสะท้อนอัตลักษณ์ของทีม คุณสมบัติเช่นนี้ไม่ได้หาได้บ่อย ๆ ทำให้เขารู้สึกว่ามีคุณค่าและต่อสัญญาออกไป เขาไม่ควรถูกพิจารณาขายเด็ดขาด

– อลีสซง เบ็คเกอร์ : หมดสัญญาปี 2027

สัญญาของ อลิสซง มีเงื่อนไขขยายเพิ่มได้อีก 1 ปีในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งจะทำให้สัญญาของเขายาวไปจนถึงกลางปี 2027

ลิเวอร์พูล ยังไม่ได้ใช้เงื่อนไขดังกล่าวอย่างเป็นทางการ แต่คาดกันว่าแทบจะเป็นเรื่องที่แน่นอนที่พวกเขาจะใช้ เพราะจะเป็นการเก็บเขาไว้ใช้งานต่อ หรือการันตีค่าตัวหากตัดสินใจขายในอนาคต

แม้ฟอร์มของ “พ่อหมี” จะมีบางช่วงที่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน แต่เขายังคงเป็นกำลังสำคัญอย่างยิ่งของ ลิเวอร์พูล และในเวลานี้ยังถือว่าเป็นตัวเลือกที่ไว้ใจได้มากกว่า จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ 

บทสรุป : ควรใช้เงื่อนไขขยายสัญญา 1 ปี และประเมินสถานการณ์อีกครั้งช่วงกลางฤดูกาลหน้า ซึ่งตอนนั้น อลิสซง จะอายุ 34 ปี ขณะที่ มามาร์ดาชวิลี่ ควรเริ่มก้าวขึ้นมาเป็นตัวเลือกหลักได้แล้ว

– เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ : หมดสัญญาปี 2027

การเซ็นสัญญา 2 ปีครั้งล่าสุด เป็นเพียงการเลื่อนบทสนทนาเรื่องอนาคตออกไปเท่านั้น และประเด็นดังกล่าวกำลังจะกลับมาอยู่บนโต๊ะอีกครั้ง เมื่อสัญญาฉบับที่เพิ่งลงนามล่าสุดจะหมดลงในช่วงซัมเมอร์หน้า

ฟาน ไดค์ จะอายุครบ 35 ปีในซัมเมอร์นี้ แต่ยังคงเป็นเสาหลักที่ขาดไม่ได้ในแนวรับ ความสม่ำเสมอในการลงสนามของเขาคือทรัพย์สินล้ำค่าที่แม้แต่นักเตะอายุน้อยกว่าหลายคนก็ยังเทียบไม่ได้

การจินตนาการถึง ลิเวอร์พูล ที่ไม่มี ฟาน ไดค์ อาจรู้สึกแปลกไม่น้อย แต่สโมสรได้เริ่มวางรากฐานอนาคตไว้บ้างแล้วด้วยการคว้าตัว เฌเรมี่ ฌัคเก้ต์ และ โจวานนี่ เลโอนี่ มาเป็นทายาทแนวรับของทีม

ภาวะผู้นำและศักยภาพของ กองหลังชาวดัตช์ ยังหาตัวจับยาก ดังนั้นหลังจบฟุตบอลโลก 2026 ควรมีการพูดคุยกันอย่างจริงจังว่า ทั้งสองฝ่ายมองอนาคตไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ 

บทสรุป : ประเมินสถานการณ์อีกครั้งช่วงกลางฤดูกาลหน้า เขายังต้องการเดินหน้าต่อหรือไม่ และที่สำคัญ ยังสามารถยืนระยะเป็นตัวจริงสม่ำเสมอได้หรือเปล่า? ต่างจาก โมฮาเหม็ด ซาลาห์  สาวก “เดอะ ค็อป” อาจได้เห็น ฟาน ไดค์ อยู่จนครบสัญญา ไม่ว่าสัญญาฉบับปัจจุบันจะเป็นฉบับสุดท้ายของเขาหรือไม่ก็ตาม

– ไรอัน กราเฟนแบร์ก : หมดสัญญาปี 2028

กราเฟนแบร์ก ถือเป็นหนึ่งในเรื่องราวความสำเร็จของฤดูกาลแรกที่ อาร์เน่อ สล็อต เข้ามาคุมทีม แต่ก็เริ่มเห็นสัญญาณว่าเขาต้องการการแข่งขันในตำแหน่ง รวมถึงเพื่อนร่วมทีมที่สามารถหมุนเวียนสลับกันลงสนามได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษามาตรฐานฟอร์มการเล่นให้คงเส้นคงวา

“กราฟ” จะอายุ 24 ปีในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลหน้า ซึ่งหมายความว่ายังมีเวลาอีกหลายปีให้ ลิเวอร์พูล ดึงศักยภาพออกมาใช้งานได้เต็มที่ อย่างไรก็ตาม สัญญาฉบับใหม่จำเป็นต้องสะท้อนสถานะของเขาในทีมอย่างเหมาะสม

เมื่อมีมิดฟิลด์ตัวหลักถึงสามรายที่สัญญาจะหมดลงในปี 2028 แต่ละคนย่อมจับตาดูว่าสโมสรประเมินคุณค่าของอีกฝ่ายอย่างไร ก่อนจะตัดสินใจฝากอนาคตของตัวเอง ซึ่งยิ่งทำให้ ลิเวอร์พูล ไม่ควรปล่อยให้การเจรจายืดเยื้อ

บทสรุป : ตอบแทนพัฒนาการและการยกระดับตัวเองของกราเฟนแบร์ก รวมถึงศักยภาพระยะยาวที่เขามอบให้สโมสร อย่าปล่อยให้เรื่องนี้ชะงักเด็ดขาด

– อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ : หมดสัญญาปี 2028

คาร์ลอส คุณพ่อและเอเยนต์ของ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ เปิดเผยว่ากำลัง “รอข้อเสนอ” จากลิเวอร์พูล ซึ่งนั่นอาจสะท้อนท่าทีของสโมสรได้ไม่น้อย

กองกลางทีมชาติอาร์เจนตินา อายุครบ 27 ปีในวันบ็อกซิ่ง เดย์ ทำให้สถานการณ์ของเขาแตกต่างจาก โซโบซไล และ กราเฟนแบร์ก ด้วยปัจจัยเรื่องอายุ สโมสรจึงน่าจะกำลังชั่งน้ำหนักเกี่ยวกับทางเลือกอย่างรอบคอบ

เช่นเดียวกับกรณีของ หลุยส์ ดิอาซ ที่ทัพ “หงส์แดง” อาจมองว่าซัมเมอร์นี้คือโอกาสสุดท้ายในการทำกำไร หากไม่ต้องการปล่อยให้เขาเข้าสู่ปีสุดท้ายของสัญญาโดยไม่มีความชัดเจน

แม้ปัจจุบัน แม็ค อัลลิสเตอร์ ยังเป็นตัวเลือกที่เหนือกว่า โจนส์ ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญในทีม แต่หากภาระจากการเล่นทั้งระดับสโมสรและทีมชาติเริ่มส่งผลต่อสภาพร่างกาย ฉะนั้นมันถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจ

บทสรุป : ลิเวอร์พูลต้องกำหนดทิศทางให้ชัด จะเดินหน้าต่อหรือหันเหไปทางอื่น หากต่อสัญญาใหม่จะพาเขาเข้าสู่วัย 30 ปี แต่ก็ช่วยปกป้องมูลค่าของค่าตัว ไม่ปล่อยให้สถานการณ์ลากยาวจนถึงปีสุดท้ายของสัญญา