
การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลนี้ยังคงเข้มข้นมันถึงใจหลัง ลิเวอร์พูล รวมพลังประจัญบานไล่ตีเสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สองครั้งสองครา ในเกมลีกสุดมันที่จบลงด้วยสกอร์ 2-2 ที่สนามเอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา เกมนี้ “หงส์แดง” ดูเหมือนจะเกร็งพอสมควรขณะที่เจ้าบ้านเล่นได้เหนือชั้นทั้งในครึ่งแรกและครึ่งหลัง โดยผลการแข่งขันแบบนี้ทำให้สถานการณ์ของ “เรือใบสีฟ้า” ยังคงนำ “เดอะ เร้ดส์” 1 คะแนนเหมือนเดิม และเหลือโปรแกรม 7 นัดสุดท้ายเท่านั้น ซึ่งแฟนบอลทั้งสองทีมคงต้องลุ้นกันแบบสุดลิ่มทิ่มประตูอย่างแน่นอน
11 ตัวจริง
อลีสซง เบ็คเกอร์ : 6
มีจังหวะเซฟสวยๆ 2 ครั้งก่อนที่จะเสียประตูแรก ขณะที่ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ อลีสซง ทำหน้าที่ได้ดีโดยเฉพาะในช่วงนาทีสุดท้ายการออกมาปิดมุมเพื่อบีบให้ ริยาด มาห์เรซ จำเป็นต้องเลือกชิพบอลจนข้ามคาน
เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ : 7
เป็นหัวใจในเกมรับของทีมเสมอ ช่วยป้องกันจังหวะเกมรุกของแมนฯซิตี้ได้ตลอด อาจจะมีบางเวลาที่ออกอาการตื่นจนส่งบอลพลาด แต่ก็มีหลายครั้งที่บล็อกโอกาสของ กาเบรียล เชซุส และ ราฮีม สเตอร์ลิง
โฌแอล มาติป : 7
โชคร้ายที่จังหวะเสียประตูแรก เควิน เดอ บรอยน์ ยิงบอลแฉลบโดนเขา หลังจากนั้น มาติป สามารถปรับสมดุลการเล่นใช้ความเร็วรับมือแนวรุกสายสปีดของเจ้าบ้านได้ดีเยี่ยม ขณะเดียวกันยังช่วยพาบอลเพื่อทำเกมรุกให้ทีมได้ในบางครั้ง
เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ : 7
ทำหน้าที่คุม ฟิล โฟเด้น ได้ดี รักษาพื้นที่ฝั่งขวาได้ยอดเยี่ยม รอโอกาสเติมเกมบุกอย่างต่อเนื่อง และทำแอสซิสต์ให้ โชต้า ซัดประตูตีเสมอ ขณะเดียวกันยังมีส่วนในจังหวะที่ มาเน่ ตีเสมอด้วย แต่ที่ต้องตำหนิก็คือการประหม่าปล่อยให้ เชซุส หลุดเข้าไปยิงประตู
แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน : 6
มีส่วนในจังหวะตีเสมอ 1-1 ที่เปิดบอลให้ เทรนต์ ตบเข้ากลางให้ โชต้า ยิงประตู เรื่องเกมรับเหนียวแน่นสุดๆ ส่วนเกมรุกไม่ค่อยเด่นเท่าไหร่ แถมยังพลาดทำฟาวล์ เดอ บรอยน์ จนโดนใบเหลือง
ฟาบินโญ่ : 6
ครึ่งแรกเล่นเกร็งและทำเสียบอลบ่อยมาก ไม่สามารถรับมือกับ เดอ บรอยน์ ได้เลย ขณะที่ครึ่งหลังเริ่มตั้งสติได้เล่นได้ดีขึ้น คุมแดนกลางเหนียวแน่น ทำให้แผงมิดฟิลด์ แมนฯ ซิตี้ เล่นยากกว่าเดิม
จอร์แดน เฮนเดอร์สัน : 5
กัปตันเฮนโด้ ทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐานจริงๆ โดยไม่สามารถคุมเกมแดนกลางได้เลย ความเร็วก็เป็นรองผู้เล่นเจ้าบ้าน แต่ยังมีข้อดีที่วิ่งเยอะและทำงานหนักในการไล่บี้เพื่อไม่ให้แข้ง “เรือใบสีฟ้า” เล่นบอลได้ถนัด
ติอาโก้ อัลกันทาร่า : 6
ผ่านบอลได้เฉียบคมในจังหวะที่สร้างเกิดขึ้นจนทำให้ทีมตีเสมอในครึ่งแรก ความสามารถเฉพาะตัวช่วยให้เอาตัวรอดในสถานการณ์คับขัน มีหลายจังหวะที่เปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้ดี
ซาดิโอ มาเน่ : 7
ครึ่งแรกอาจไม่เด่นในเกมรุก แต่เกมรับลงมาช่วยทีมได้ตลอด ส่วนครึ่งหลังใช้จังหวะไม่เปลืองมีโอกาสสามารถจบสกอร์ได้อย่างคมกริบ เป็นผู้เล่นที่มีส่วนในการวิ่งไล่บอลเพื่อช่วยเพื่อนร่วมทีม และทำให้ แมนฯ ซิตี้ เล่นเกมรุกได้ยาก
ดีโอโก้ โชต้า : 7
จมูกไว้ราวกับสุนัขจิ้งจอกเวลาที่อยู่ในกรอบเขตโทษ โดยจบสกอร์ได้อย่างเยือกเย็น เกือบบวกประตูเพิ่มในครึ่งหลังแต่โดน เอแดร์ซอน เซฟได้อย่างหวุดหวิด
โมฮาเหม็ด ซาลาห์ : 7
ครึ่งแรกค่อนข้างเงียบ แต่ครึ่งหลังฟอร์มดุขึ้นจัดการแอสซิสต์ให้ มาเน่ ซัดประตู จากนั้นได้ปั่นสวยๆ ในเขตโทษแต่บอลหลุดเสาไกลไปนิดเดียว ความเร็วและความสามารถเฉพาะตัวเล่นงานเกมรับ แมนฯ ซิตี้ ได้เรื่อยๆ ถือเป็นผู้เล่นที่มีอิทธิพลในเกมรุกของทีมเยือนจริงๆ
ตัวสำรองที่ได้ลงสนาม
หลุยส์ ดิอาซ (แทน ดีโอโก้ โชต้า น. 70 ) : 5
มีจังหวะขู่ ไคล์ วอล์คเกอร์ 2 ครั้งแต่ก็ทำอะไรได้ไม่มาก ไม่สามารถใช้ความเร็วและเทคนิคส่วนตัวในการจัดการกับเกมรับเจ้าบ้านได้เลย
นาบี เกอิต้า (แทน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน น. 78 ) : 5
ลงมาเพื่อคุมจังหวะการเล่นให้ทีม และสร้างความแตกต่างในแดนกลางได้บ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับโดดเด่นมากนัก
โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ (แทน ซาดิโอ มาเน่ น. 84) : ไม่มีคะแนน
มีเวลาไม่มากพอให้แสดงผลงาน

