5 สิ่งที่ได้จากแอนฟิลด์

1. ไม่มีคูตี้ ไม่มีปัญหา
“Walk on walk on with hope in your heart”กระหึ่มแอนฟิลด์ทั้งก่อนและหลังจบเกม มันสื่อถึงความเป็นสโมสรลิเวอร์พูลได้ดีที่สุด การที่ต้องเสียฟิลิปเป้ คูตินโญ่ให้บาร์เซโลนาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วทำให้แฟนบอลทุกคนผิดหวังแต่อย่างน้อยเกมแรกที่ไร้เงาสตาร์ทีมชาติบราซิลก็ตอกย้ำแล้วว่ามันไม่ใช่เรื่องถึงขั้นคอขาดบาดตาย

ในเมื่อกีฬาลูกหนังเล่นกันเป็นทีม เหนืออื่นใดเกมรุกก็คงดุดัน ทะลวงตาข่าย”ว่าที่แชมป์”ถึงสี่ลูกโดยเฉพาะช่วง 10 นาทีจากสกอร์ 1-1เป็น4-1 นั้นคงทำให้หลายคนลืมไปเลยว่า”ใครกันคูตี้”
(เพียงจำไว้ว่าลิเวอร์พูลยังมีฟิร์มิโน่, ซาล่าและมาเน่อยู่รวมถึงทุกคนที่เกี่ยวข้องกับทีม)

2. เกมที่บอกตัวคล็อปป์
คงจะไม่มีเกมไหนอีกเช่นกันที่สะท้อนถึงทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ได้ดีเท่าเกมนี้ คุณต้องการเกมเพรสซิ่งก็เป็นเกมที่ขุนพลเสื้อแดงวิ่งกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยโดยเฉพาะเอ็มเร่ ชาน, แอนดี้ โรเบิร์ตสันและอเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลนราวกับว่าข้างในอกมีสองปอดซ่อนไว้

ก็ทั้งสามลูกที่ยิงรัวๆใส่แมนฯซิตี้จากนาที 59ถึง68 มาจากการไล่บดจากแดนกลางทำให้ทีมเยือนเสียบอลก่อนโดนลงโทษสาสมทั้งสิ้น อย่างลูกสองก็เป็นการเสียบอลจากเควิน เดอ บรอยน์แล้วเป็นโรเบร์โต้ ฟิร์มิโน่ที่ชิพผ่านเอแดร์ซอนเข้าไปอย่างงดงาม

เท่ากับว่านับแต่เกมแพ้สเปอร์สเละที่เวมบลีย์ จากนั้นมาอีก 14 เกมในลีก ทีมของคล็อปป์ก็ทะลวงตาข่ายไปทั้งสิ้น 40 เม็ดด้วยกัน

อย่างไรก็ตามคุณก็คงไม่คาดหวังให้ทีมใดก็ตามที่นำ 4-1 ซึ่งดูเหมือนกุมสถานการณ์ได้หมด มาเสียสองประตูให้แฟนบอลต้องลุ้นไม่ทั่วท้องในช่วงสิบนาทีสุดท้าย ทั้งสองประตูที่โดนก็ควรจะป้องกันได้ดีกว่านี้
(แม้เกมนี้อาจมีข้อโต้แย้งตรงที่ฟาน ไดค์บาดเจ็บไม่ได้ลง ถ้าลงอาจจะไม่เสียง่ายเท่านี้ก็ตาม)

3. มิโยเลต์ หรือ คาริอุส
เจมี่ คาร์ราเกอร์วิจารณ์ขวานผ่าซากผ่านช่องทีวีอังกฤษสกาย สปอร์ตสว่า”ถ้าคุณอยากลุ้นแชมป์ คุณต้องมีผู้รักษาประตูที่ดีกว่านี้ ทั้งสองคนยังฝีมือไม่ถึงแต่มิโยเลต์ดีกว่าคาริอุส”
เข้าใจว่าหลายคนคงเห็นด้วย

เกมนัดนี้เรือใบมีโอกาสยิงตรงกรอบ 4 ครั้ง เข้าไป 3 โดยเฉพาะลูกแรกที่เลรอย ซาเน่กระชากมาเข้าซ้ายเข้าถนัด ก็ควรปิดเสาแรกได้หมดจดกว่านี้

4. เรือแพ้เป็นแล้ว
มันคาดหวังได้ช้าหรือเร็วก็ต้องมาถึง หลังจากไม่แพ้ใครในพรีเมียร์ลีกมา 30 เกมติดต่อกันก็ต้องมาหยุดที่แอนฟิลด์ซึ่งถือเป็นสังเวียนที่ซิตี้ไม่เคยบุกมาคว้าสามแต้มได้นับแต่ปี2003

ถามว่ามันมีสัญญาณเตือนภัยอะไรบ้าง?

แน่นอนพวกเขาเริ่มพลาดกันบ่อยขึ้น เกมรับที่เคยดูได้รับการพัฒนาจากซีซั่นก่อนก็ค่อยๆกลับคืนสภาพ เกมนัดนี้จอห์น สโตนส์เสียท่าให้ฟิร์มิโน่จนเสียลูกสอง ขณะที่เอแดร์ซอนก็มาเตะเคลียร์ไม่ดีมาเข้าทางปืนซาลาห์อีกในประตู 4-1 ซึ่งเท่ากับว่าสี่เกมหลังสุดทุกถ้วย พวกเขาไม่มีคลีนชีตเลย

5. หมดคำถาม
หมดคำถามได้ยังว่าลิเวอร์พูลชุดนี้จำเป็นต้องมี”กองหน้าตัวเป้า”

หมดคำถามได้ยังว่าลิเวอร์พูลของคล็อปป์ไม่ได้ดีกว่าตอนร็อดเจอร์สคุมจริงหรือ

หมดคำถามได้แล้วว่ามันจะมีใครไร้เทียมทาน ในโลกของฟุตบอลไม่มีใครสะกดคำว่า”ยั่งยืน”ได้ยืนยาว เก่งแค่ไหนก็ต้องมีวันที่แย่ ดูได้เลยทุกๆทีมซึ่งจะมีวงจรชีวิตของตัวเอง นาทีนี้ชัดเจนสุดก็คงเป็นเรอัล มาดริดของสเปน

และหมดคำถามอีกแล้วว่าทำไมพรีเมียร์ลีกถึงครองใจมหาชน ในเมื่อความสนุกตื่นเต้นมีให้จนนั่งกันไม่ติดเก้าอี้ ซีซั่นนี้หลายหนที่พวกท็อปซิกซ์เจอกันก็มักโชว์ถึงคุณภาพออกมา ผลจะยังไงก็ช่างแต่ความเอนเตอร์เทนมีมอบให้แน่
(อาจยกเว้นแค่บางเกมที่แมนฯยูไนเต็ดมีส่วนร่วม)