โบโด/กลิมท์ สร้างหนึ่งในเหตุการณ์หักปากกาเซียนครั้งใหญ่ที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา
ท่ามกลางเสียงวิจารณ์และความเป็นรองในทุกด้าน สโมสรเล็กๆ จากนอร์เวย์ สามารถคว้าตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายถ้วยใบโตยุโรปได้อย่างสุดยอด โดยความสำเร็จอันน่าเหลือเชื่อยิ่งโดดเด่นมากขึ้นไปอีก เมื่อพิจารณาจากงบค่าเหนื่อยรายสัปดาห์ที่จำกัดของพวกเขา
ทีมของกุนซือเชทิล คนุตเซน ซึ่งเพิ่งเล่นอยู่ในลีกดิวิชั่นสองของนอร์เวย์เมื่อปี 2017 สามารถบุกชนะอินเตอร์ มิลาน 2-1 ถึงถิ่นจูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า ในเกมเพลย์ออฟ นัด 2 ได้เมื่อคืนวันอังคาร พร้อมคว้าชัยด้วยสกอร์รวมสองนัด 5-2 เหนือรองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาลที่แล้วอย่างเด็ดขาด
นี่คือฤดูกาลที่ยากจะลืมเลือนสำหรับทีมที่ครั้งหนึ่งเคยถูกประเมินว่ามีโอกาสตกรอบในรอบลีก เฟส สูงถึง 99.7% หลังการแข่งขันผ่านไป 5 แมตช์ อย่างไรก็ตาม พวกเขากลับสร้างเส้นทางอันน่าทึ่ง ด้วยการเอาชนะโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, แอตเลติโก มาดริด และ อินเตอร์ มิลาน
สำหรับการทะลุเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในการชิงชัยโทรฟี่ “บิ๊กเอียร์” โบโด/กลิมท์ อาจจะต้องไปเจอกับงานสุดหินอีกครั้งเพราะพวกเขามีสิทธิ์ดวลกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน หรือ แมนฯ ซิตี้ ซึ่งมีศักดิ์ศรีเหนือกว่าหลายเท่า
เพื่อให้เห็นภาพความยิ่งใหญ่ของความสำเร็จครั้งนี้ โบโด/กลิมท์ กลายเป็นทีมแรกนอกเหนือจากสโมสรในอังกฤษ, สเปน, เยอรมนี, อิตาลี หรือฝรั่งเศส ที่สามารถเอาชนะทีมจาก 5 ลีกใหญ่ของยุโรปได้ 4 นัดติดต่อกัน นับตั้งแต่ยุคของ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม สมัยที่ยังมี โยฮัน ครัฟฟ์ เมื่อฤดูกาล 1971/72
ที่สำคัญ อาแจ็กซ์ ชุดนั้นสามารถก้าวไปไกลจนถึงขึ้นผงาดคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก) ในซีซั่นนั้นได้ด้วย
ในขณะที่พวกเขาสามารถโค่นยักษ์ใหญ่ของยุโรปได้อย่างต่อเนื่อง งบค่าเหนื่อยอันจำกัดของโบโด/กลิมท์ กลายเป็นหลักฐานชัดเจนว่า แม้ในโลกฟุตบอลยุคใหม่ คุณไม่จำเป็นต้องทุ่มเงินมหาศาลเพื่อประสบความสำเร็จ
ตามข้อมูลจาก Capology เว็บไซต์ที่เชี่ยวชาญเรื่องค่าเหนื่อยของนักฟุตบอล ระบุว่าค่าเหนื่อยรวมทั้งทีมของ โบโด/กลิมท์ อยู่ที่เพียง 153,000 ปอนด์ (ประมาณ 6.42 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์เท่านั้น
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น หากเทียบกับค่าเหนื่อยนักเตะในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีผู้เล่นหลายรายที่รับค่าเหนื่อยระดับ 150,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ เช่น มาเตโอ โควาซิช, โนนี่ มาดูเอเก้, เฟเดรีโก้ เคียซ่า, โจลินตอน, ซานโดร โตนาลี่, แอนโธนี่ กอร์ดอน และ เมสัน เมาท์ เป็นต้น
ดังนั้นหากจะกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือค่าเหนื่อยรวมทั้งทีมของโบโด/กลิมท์ ใกล้เคียงกับค่าเหนื่อยของนักเตะพรีเมียร์ลีกเพียงคนเดียวเท่านั้น และนั่นยิ่งทำให้ความสำเร็จของพวกเขาในเวทียุโรปยิ่งน่าทึ่งมากขึ้นไปอีกจริงๆ

