ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษกลับมาโม่แข้งสนองตัณหาแฟนๆพร้อมกับโลโก้ใหม่ได้ 3 นัด ก็ถึงเวลาพักเบรกยกแรก เมื่อมี FIFA Day เข้ามาคั่นกลาง
เปิดโอกาสให้หลายๆทีมได้กลับมาพิจารณาผลงาน แก้ไขสิ่งต่างๆเสมือนช่วง พักยก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเส้นตายตลาดซื้อขายยังพอเหลือให้หลายๆทีมไดตัดสินใจ ซื้อ หรือ ขาย ได้ในช่วงสุดท้าย ก่อนจะต้องทนใช้ผู้เล่นชุดเดิมไปอีก 4 เดือนเป็นอย่างน้อย
เคยมีตัวอย่างให้เห็นบ้างที่หลายๆทีม ซื้อนักเตะบิ๊กดีลในช่วงสุดท้ายก่อนปิดตลาด จากผลงานในช่วงเปิดฤดูกาล ดังเช่นกรณีของ อาร์แซน เวนเกอร์ ที่ทุบกระปุกทันทีหลังพาทีมพ่ายปีศาจแดงยับเยิน 2-8
เรื่องซื้อขายคงชัดเจนในไม่ช้า แต่อย่างน้อย 3 นัดที่ผ่านพ้น ทำให้เราพอได้เห็นเค้าโครงของหลายๆทีม
จริงอยู่ที่ยังเหลือการแข่งขันอีก 35 นัด ทำดีแค่ 3 นัดไม่ได้หมายความว่าจะเป็นแชมป์ในบั้นปลาย อย่างไรก็ดี ดั่งคำโบราณว่าไว้ “เริ่มต้นดี มีชัยมากกว่าครึ่ง”

1 “สำเภาไฮโซ” แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ทีมเรือใบภายใต้ขุมกบาลของกุนซืออัจฉริยะ “เป็ป” เริ่มต้นได้ไม่ค่อยสวยหรูจากรูปแบบการเล่นที่ยังไม่เข้าที่ รวมถึงเรื่องวุ่นๆของ โจ ฮาร์ท แต่สุดท้ายก็ยังเก็บชัยชนะได้ 3 นัดรวด แถมฟอร์มการเล่นก็เริ่มเข้าที่เข้าทางขึ้นเรื่อยๆ
โดยเฉพาะเกมส์ล่าสุดกับขุนค้อนเวสต์แฮม นักเตะใหม่อย่าง โนลิโต้ ก็ยิงได้เรื่อยๆ ส่วนกองหลางราคาแพงอย่าง จอห์น สโตนน์ แม้จะยังต้องปรับตัวอยู่บ้างแต่ก็ เริ่มฉายแววการเป็นยอดนักเตะให้เห็นแล้ว
คาดว่าปีนี้คงลุ้นแชมป์เต็มตัวแน่ๆ

2. “สิงห์พันธุ์อิตาเลียน” เชลซี
เชลซีของคอนเต้อาจจะยังดูไม่เขี้ยวเท่ายี่ห้อของกุนซือ หากแต่เกมส์รุกก็เริ่มกลับมาดุดันอีกครั้ง
ลำพังการกลับมาเกิดใหม่ของ เอเดน อาซาร์ ก็ทำให้ยอดทีมจากเมืองหลวงดูคึกคักขึ้นมาทันตาละ เหล่านักเตะใหม่อย่าง บิตซูอายี่ ก็เริ่มจะโชว์ฟอร์มได้ดีขึ้นเรื่อยๆ
โดยเฉพาะตัดตัดเกมส์อย่าง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ที่ยึดตำแหน่งตัวจริงได้แทบจะทันที
โค้งสุดท้ายอาจต้องเสร็มอีกเล็กน้อย โดยเฉพาะในเกมส์รับที่ตัวเลือกค่อนข้างจำกัด แต่หากไม่ได้จริงๆก็คงไม่เป็นไร เพราะปีนี้ไม่มีเกมยุโรปให้ลงเล่น ยังไงๆคงลุ้นแชมป์ได้สบายๆ

3. “ปีศาจแดง รีเทิร์น!!!” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ต
ซลาตัน อิบริฮิโมวิช, เฮนริก มาร์คิตาร์ยาน, เอริก ไบยี่, พอล “แพงสุดในโลก” ป็อกบา
ลำพังชื่อพวกนี้ก็พาให้เหล่าผู้ขายวิญญาณให้ซาตาน ขนลุกขนพอง วาดฝันถึงวันคืออันแสนสุข หากแต่ถ้าจะมีสักชื่อที่ชวนฝันที่สุดน่าจะเป็น “The Special One” โจเซ่ มูรินโญ่ ที่ปลุกปีศาจแดงที่ทุกคนคุ้นเคย
โดยเฉพาะเกมส์ล่าสุดที่ชนะฮัลล์ ซิตี้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ช่างคล้ายกับปีศาจตัวเดิมของ บรมกุนซือเสียจริง
แม้ป็อกบา จะยังไม่ได้โชว์ฟอร์มสมกับค่าตัวสถิติโลกเท่าไร แต่ก็น่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ แค่ลำพังฟอร์มของ อิบรา กลับการปลุกผี เฟลไลนี่ กับ รูนี่ย์ก็เพียงพอจะพาทีมชนะ 3 นัดรวดแล้ว ปีนี้ถ้าไม่ลุ้นแชมป์ก็คงแปลกน่าดู

4. “ปืนใหญ่กระบอกเดิม เพิ่มเติมคือความกดดัน” อาร์เซนอล
น่าจะเป็นปีที่กดดันที่สุด (จริงๆก็กดดันขึ้นเรื่อยๆมาหลายปีแล้ว) ของกุนซือมาดเนี้ยบ เมื่อคู่แข่งพากันเสริมทัพแบบ โครมๆแต่เจ้าตัวก็ยังใช้เงินแบบจำกัดจำเขี่ย ชนิดที่แฟนออกมาเรียกร้องให้ใช้เงินได้ละ
ผู้เล่นอย่าง กรานิต ซาก้า สโครดาน มุสตาฟี่ อาจจะดูดี แต่ยังไม่ถึงขั้น เมื่อทีมปืนใหญ่มีปัญหาไม่เยอะหรอก แค่หลังกลาง และหน้า
ลำพังกองหลังที่แฟนๆต้องทนดู ร็อบ โฮลดิ้ง??? กับ คาลั่ม แชมเบอร์ ลงเล่นเกมส์เปิดสนามกับหงส์แดงก็ดูไม่จืดแล้ว
กองกลางอย่างซาก้าก็แค่ “โอเค” อาจต้องให้เวลาพิสูจน์ แต่เชื่อว่ายี่ห้ออย่าง ชิรูด์ ไม่ทำให้ใครอุ่นใจเท่าไร กองหน้าหุ่นนายแบบ เป็นกองหน้าที่ดี แต่ไม่น่าจะดีพอที่ทำให้ทีมคว้าแชมป์ได้
ฟันธงว่าเรื่องแชมป์ไม่ต้องคิด ปีนี้อาจต้องไปลุ้นอันดับที่ 4 ด้วยซ้ำ

5. “หงส์แดงตัวเดิม ตัวเดิมจริงๆ” ลิเวอร์พูล
ขวบปีที่ 2 ของกุนซือ เฮฟวี่ เมทัล “เจอร์เก้น คล็อปป์” ควรจะได้เงยหน้าลุ้นแชมป์กับเขาบ้าง ถ้าไม่ใช่ว่าทีมอื่นเล่นมากันครบทั้ง เป็ป มู คอนเต้ อย่างไรก็ตามตัดปัจจัยทีมอื่นออกไป
สรุปภาพของหงส์แดงใน 3 นัดแรกง่ายๆได้เพียง 3 คำ “ยัง เหมือน เดิม” ภาพที่เจอทีมเก่งก็เก่งตาม เจอทีมอ่อนก็อ่อนตาม ไม่มีปัญญาเจาะทีมที่มาตั้งรับลึก แดนกลางขาดตัวตัดเกมส์ แบ็คซ้ายรั่ว ของแสลงคือลูกเซ็ตพีช
หากคล็อปป์ยังแก้ไข “เรื่องเดิมๆ” เหล่านี้ไม่ได้ปีนี้ก็อาจจะ “จบเหมือนเดิม” เมื่อไม่ได้ลุ้นกระทั่งอันดับ 4 ด้วยซ้ำ ฟันธงตรงนี้ด้วยความเชื่อล้วนๆว่าอย่างน้อยปีนี้ “น่าจะ” ลุ้นที่ 4 กับเค้าได้แหละ

