แพ้ล่าสุดก็ที่ ไวทัลลิตี เมื่อสามปีก่อน
เรียกว่าเจอทีไรก็ล่อเป้าบอร์นมัธทุกครั้งไป
แต่ไม่ใช่ครั้งล่าสุดนี้ ซึ่งหงส์แดงบุกไปแพ้เฉย….
ก่อนลงสนามผมค่อนข้างมั่นใจว่าหงส์จะชนะ
คิดว่าจังหวะจะโคนมาแล้ว หลังสามเกมล่าสุด
รวมทั้งจากการวิเคราะห์ทีมบอร์นมัธ
1ลิเว่อพูล จะเล่นง่าย บอลเพรสซิ่งเหมือนกัน
2บอรนมัธ ไม่ใช่บอลโยนยาวหรือลูกโด่งใน 22 นัด
พวกเขาได้ประตูจากการครอสเข้าเขตโทษ น้อยมาก
ก็พอๆกับหงส์ที่ได้จากการครอสให้โหม่ง 2 ลูก
3 ลูกเตะมุมไม่น่ากลัว
4 ขาดเซเมนโย่ ตัวทีเด็ด ยิงไป10 ลูก
5 หงส์แดง เริ่มตั้งลำได้จากสามเกมล่าสุด
แม้เสมอปืน, เบิร์นลีย์ แต่เล่นเกมรุกดี และชนะมาร์กเซยขาด
ฟุตบอลก็แบบนี้แหละครับ
ไม่เป็นไปตามที่เราวิเคราะห์อะไรขนาดนั้น
แต่ถ้าถามว่า4-5 ข้อที่สรุปมานั้น อะไรคือมุมที่แพ้
ผมดันลืมเขียนไป1 ข้อนั้นคือ “การป้องกัน”
ทั้งแบบตัวนักเตะและระบบป้องกัน
ใช่ครับมุมที่แพ้มีข้อเดียวที่ต้องเติมคือข้อ 6
การป้องกันที่ยังใช้ไม่ได้และย่ำแย่เหมือน22 นัด
1 ตัวบุคคลนักเตะ
เวอร์จิล ฟานไดจ์ กัปตันที่ติดประมาท ชะล่าใจบ่อยๆมาก
จังหวะสกัดบอลไม่เน้น ทั้งที่บอลไม่มีอะไรกดดัน
เข้าทาง อเลกส์ สกอต ที่วิ่งตามถึงเส้นหลัง
แม้กระทั่งตอนตวัดคืน กัปตันฟานไดจ์ ยังไม่จี้เข้าไปหา
บอลลอยย้อนกลับมาให้ เอวานิลซอน ชาร์ตเข้าไป..
โดน 1-0 น.26
แย่กว่านั้น ฟานไดจ์ คือจุดเริ่มทำให้ โกเมส ปะทะ เบคเกอร์
สุดท้ายต้องออกจากเกมแล้วเปลี่ยนตัว เอนโด้ ลงมา
2 สตาฟโค้ชหรือนักเตะที่โคตรอินโนเซ้นต์ ใสๆ
นาทีที่ 27 เอนโด มายืนรอเปลี่ยนตัวข้างสนาม
จนแล้วจนรอดบอลมันไม่ตาย จุดนั้นมีการตะโกนข้างสนาม
เตะบอลออก, ทำฟาวล์ เพื่อให้เอนโด รีบเปลี่ยนลงมา
ด้วยเพราะเล่น 10 คน
omg….. เอนโด ยืนขาแข็ง 6 นาทีเต็มๆ ก่อนโดน 2-0
ระหว่างนาทีที่ 27 ถึง 33 ก่อนเสียประตูที่สอง
ไม่มีนักเตะคนไหน ฉุกคิดหรือ เก๋าพอที่จะทำให้บอลตาย
เตะทิ้งออกข้าง, ตัดฟาวล์ เพื่อให้เอนโด ลงมาให้ครบ
สุดท้าย บอร์นมัธ ได้ครองบอลกับที่ได้เปรียบ
ได้ประตู 2-0
เด็กหงส์เล่น 10 คนนานถึง 6 นาทีเต็มๆ ก่อนโดน
เบคเกอร์ ชี้มือชี้ไม้โวยวายทำไม…ไม่ได้เปลี่ยนตัว
ใครจะไปคิด…ว่าจะโดนยิง
อาจมีคนคิดแบบนี้
แต่ฟุตบอลชะล่าใจและประมาทไม่ได้
มันต้องละเอียด รอบคอบ
ที่เห็นคืองานหยาบมากกก ที่เสียลูกสอง
เพราะดันปล่อยให้เหลือ10 คนตั้ง6 นาที
3 เซตพีสสองลูกยังไม่พอ
ก่อนหมดครึ่งแรก ฟานไดจ์ แก้ตัว บอลโดนหลังเข้า
จากลูกเตะมุม….น.45+1 พอตีตื้นมาก็ไม่ยากมาก
แต่กว่าจะได้ 2-2 รอนาทีที่ 80 และมาจาก ไอ้หนูริโอ
เขาโดนทำฟาวล์…โซโบ ยิงฟรีคิกเข้าไปสวยงาม
จุดนั้นก็มีโอกาสชนะได้ โดนยิงได้เช่นกัน
4 สิบนาทีท้ายแกว่งและตายลูกทุ่มอีกแล้ว
ท้ายเกมหลังเสมอ2-2 ทีมแกว่งเป็นเพราะ…
สลอด เลือกใช้ระบบ 4-2-3-1 ถอยโซโบ แบ๊กขวา
ถอด แมคกา ที่เล่นดี รวมทั้งฟริมปง
เกมมันครองบอลไม่ได้ ไม่นิ่ง บอร์นมัธ โจมตีน่ากลัว
โดยเฉพาะการทะลุทะลวงเร็วถึงหน้าบ้าน
น่าจะได้ 3-2 ก่อนลูกทุ่ม แต่เอวานิลซอน ดันยิงออกเอง
แต่สุดท้ายก็ไม่รอดเจอทุ่มไกลเล่นงาน
แม้ฟานไดจ์ โวยว่าโดนกระแทกหลัง…แต่เบาไป ฟาวล์ยาก
จังหวะชุลมุนที่เสาแรกนั่นแหละที่โดนลงโทษ
เมื่อเจ็บแล้วไม่เคยจำ…กับลูกทุ่มไกล
เมื่อไหร่จะป้องกันได้ซักที
เปลี่ยนโค้ชเซตพีส ชื่อ มาโฮนีย์ ได้สองลูก
แต่ก็เสียจากลูกทุ่มไกลแล้วแพ้เลย….
เท่ากับ 11 นัดล่าสุดในลีก ชนะ 4 เสมอ 6 แพ้ 1
โดยเฉพาะ 5 นัดล่าสุดเสมอ4 แพ้ 1
แต้มไม่ขยับไปไหน อยู่แถวๆนี้
มีโอกาสโดน แมนฯยูฯ และเชลซี แซงได้ง่ายๆ
15 นัดที่เหลือในลีก…ดูทรงแล้วเกมรับคงแก้ยาก
จะเห็นการเสียประตูอยู่แบบนี้…
ส่วนเกมรุก โม ซาลาห์ ที่เงียบกริบ
จะเล่นแบบ 4-2-2-2 หรือ4-2-3-1
ไม่ส่งบอลเสีย เลี้ยงติด ก็มักหายไปจากเกม
สลอด กล้าเปลี่ยนออกหรือกล้าดรอปจากตัวจริงอีกมั้ย
จะเป็นอีกปัญหาที่รอดูงานแก้ของเขา
ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่…ผมยังยืนยันนะครับว่า
อาร์เน่อ สลอด จะถูกประเมินผลงานหรือ KPI
หลังจบซีซั่น….
ไปเตะช.ป.ล ปีหน้า, เข้ารอบลึกหรือมีแชมป์บอลถ้วย
ต่ำกว่านี้….
FSG ไม่น่าจะเก็บเอาไว้ทำบิดาแน่นอน

