เจาะหลังเกม ลิเวอร์พูล ปีกหักบุกพ่าย บอร์นมัธ ไร้ชัยเกมลีกห้านัดติด

บอร์นมัธ คือขนมกรุบของลิเวอร์พูล 25 นัดก่อนหน้านี้แพ้ไป 20 เกม เสมอ 3 โดย 13 เกมล่าสุดหงส์แดงชนะ 12 แพ้ 1 (2023 ,1-0)

แพ้ล่าสุดก็ที่ ไวทัลลิตี เมื่อสามปีก่อน

เรียกว่าเจอทีไรก็ล่อเป้าบอร์นมัธทุกครั้งไป

แต่ไม่ใช่ครั้งล่าสุดนี้ ซึ่งหงส์แดงบุกไปแพ้เฉย….

ก่อนลงสนามผมค่อนข้างมั่นใจว่าหงส์จะชนะ

คิดว่าจังหวะจะโคนมาแล้ว หลังสามเกมล่าสุด

รวมทั้งจากการวิเคราะห์ทีมบอร์นมัธ

1ลิเว่อพูล จะเล่นง่าย บอลเพรสซิ่งเหมือนกัน

2บอรนมัธ ไม่ใช่บอลโยนยาวหรือลูกโด่งใน 22 นัด 

พวกเขาได้ประตูจากการครอสเข้าเขตโทษ น้อยมาก

ก็พอๆกับหงส์ที่ได้จากการครอสให้โหม่ง  2 ลูก

3 ลูกเตะมุมไม่น่ากลัว

4 ขาดเซเมนโย่ ตัวทีเด็ด  ยิงไป10 ลูก

5 หงส์แดง เริ่มตั้งลำได้จากสามเกมล่าสุด

แม้เสมอปืน, เบิร์นลีย์ แต่เล่นเกมรุกดี และชนะมาร์กเซยขาด

ฟุตบอลก็แบบนี้แหละครับ

ไม่เป็นไปตามที่เราวิเคราะห์อะไรขนาดนั้น

แต่ถ้าถามว่า4-5 ข้อที่สรุปมานั้น อะไรคือมุมที่แพ้

ผมดันลืมเขียนไป1 ข้อนั้นคือ “การป้องกัน”

ทั้งแบบตัวนักเตะและระบบป้องกัน

ใช่ครับมุมที่แพ้มีข้อเดียวที่ต้องเติมคือข้อ 6

การป้องกันที่ยังใช้ไม่ได้และย่ำแย่เหมือน22 นัด

1 ตัวบุคคลนักเตะ

เวอร์จิล ฟานไดจ์ กัปตันที่ติดประมาท ชะล่าใจบ่อยๆมาก

จังหวะสกัดบอลไม่เน้น ทั้งที่บอลไม่มีอะไรกดดัน

เข้าทาง อเลกส์ สกอต ที่วิ่งตามถึงเส้นหลัง

แม้กระทั่งตอนตวัดคืน กัปตันฟานไดจ์ ยังไม่จี้เข้าไปหา

บอลลอยย้อนกลับมาให้ เอวานิลซอน ชาร์ตเข้าไป..

โดน 1-0 น.26 

แย่กว่านั้น ฟานไดจ์ คือจุดเริ่มทำให้ โกเมส ปะทะ เบคเกอร์

สุดท้ายต้องออกจากเกมแล้วเปลี่ยนตัว เอนโด้ ลงมา

2 สตาฟโค้ชหรือนักเตะที่โคตรอินโนเซ้นต์ ใสๆ

นาทีที่ 27 เอนโด มายืนรอเปลี่ยนตัวข้างสนาม

จนแล้วจนรอดบอลมันไม่ตาย จุดนั้นมีการตะโกนข้างสนาม

เตะบอลออก, ทำฟาวล์ เพื่อให้เอนโด รีบเปลี่ยนลงมา

ด้วยเพราะเล่น 10 คน

omg….. เอนโด ยืนขาแข็ง 6 นาทีเต็มๆ ก่อนโดน 2-0

ระหว่างนาทีที่ 27 ถึง 33 ก่อนเสียประตูที่สอง

ไม่มีนักเตะคนไหน ฉุกคิดหรือ เก๋าพอที่จะทำให้บอลตาย

เตะทิ้งออกข้าง, ตัดฟาวล์ เพื่อให้เอนโด ลงมาให้ครบ

สุดท้าย บอร์นมัธ ได้ครองบอลกับที่ได้เปรียบ

ได้ประตู 2-0

เด็กหงส์เล่น 10 คนนานถึง 6 นาทีเต็มๆ ก่อนโดน

เบคเกอร์ ชี้มือชี้ไม้โวยวายทำไม…ไม่ได้เปลี่ยนตัว

ใครจะไปคิด…ว่าจะโดนยิง

อาจมีคนคิดแบบนี้

แต่ฟุตบอลชะล่าใจและประมาทไม่ได้ 

มันต้องละเอียด รอบคอบ

ที่เห็นคืองานหยาบมากกก ที่เสียลูกสอง

เพราะดันปล่อยให้เหลือ10 คนตั้ง6 นาที

3 เซตพีสสองลูกยังไม่พอ

ก่อนหมดครึ่งแรก ฟานไดจ์ แก้ตัว บอลโดนหลังเข้า

จากลูกเตะมุม….น.45+1 พอตีตื้นมาก็ไม่ยากมาก

แต่กว่าจะได้ 2-2 รอนาทีที่ 80 และมาจาก ไอ้หนูริโอ

เขาโดนทำฟาวล์…โซโบ ยิงฟรีคิกเข้าไปสวยงาม

จุดนั้นก็มีโอกาสชนะได้ โดนยิงได้เช่นกัน

4 สิบนาทีท้ายแกว่งและตายลูกทุ่มอีกแล้ว

ท้ายเกมหลังเสมอ2-2 ทีมแกว่งเป็นเพราะ…

สลอด เลือกใช้ระบบ 4-2-3-1 ถอยโซโบ แบ๊กขวา

ถอด แมคกา ที่เล่นดี รวมทั้งฟริมปง

เกมมันครองบอลไม่ได้ ไม่นิ่ง บอร์นมัธ โจมตีน่ากลัว

โดยเฉพาะการทะลุทะลวงเร็วถึงหน้าบ้าน

น่าจะได้ 3-2 ก่อนลูกทุ่ม แต่เอวานิลซอน ดันยิงออกเอง

แต่สุดท้ายก็ไม่รอดเจอทุ่มไกลเล่นงาน

แม้ฟานไดจ์ โวยว่าโดนกระแทกหลัง…แต่เบาไป ฟาวล์ยาก

จังหวะชุลมุนที่เสาแรกนั่นแหละที่โดนลงโทษ

เมื่อเจ็บแล้วไม่เคยจำ…กับลูกทุ่มไกล

เมื่อไหร่จะป้องกันได้ซักที 

เปลี่ยนโค้ชเซตพีส ชื่อ มาโฮนีย์ ได้สองลูก

แต่ก็เสียจากลูกทุ่มไกลแล้วแพ้เลย….

เท่ากับ 11 นัดล่าสุดในลีก ชนะ 4 เสมอ 6 แพ้ 1

โดยเฉพาะ 5 นัดล่าสุดเสมอ4 แพ้ 1

แต้มไม่ขยับไปไหน อยู่แถวๆนี้

มีโอกาสโดน แมนฯยูฯ และเชลซี แซงได้ง่ายๆ

15 นัดที่เหลือในลีก…ดูทรงแล้วเกมรับคงแก้ยาก

จะเห็นการเสียประตูอยู่แบบนี้…

ส่วนเกมรุก โม ซาลาห์ ที่เงียบกริบ 

จะเล่นแบบ 4-2-2-2 หรือ4-2-3-1 

ไม่ส่งบอลเสีย เลี้ยงติด ก็มักหายไปจากเกม

สลอด กล้าเปลี่ยนออกหรือกล้าดรอปจากตัวจริงอีกมั้ย

จะเป็นอีกปัญหาที่รอดูงานแก้ของเขา

ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่…ผมยังยืนยันนะครับว่า

อาร์เน่อ สลอด จะถูกประเมินผลงานหรือ  KPI  

หลังจบซีซั่น….

ไปเตะช.ป.ล ปีหน้า, เข้ารอบลึกหรือมีแชมป์บอลถ้วย

ต่ำกว่านี้….

FSG ไม่น่าจะเก็บเอาไว้ทำบิดาแน่นอน