ทัพ “ปีศาจแดง” ได้ประตูชัยจากการประสานงานที่สุดยอดระหว่าง มาเตอุส คุนญ่า, ไบรอัน เอ็มเบอโม่ และจบด้วย เบนยามิน เชชโก้ ซึ่งสามประสานค่าตัวรวมกว่า 200 ล้านปอนด์ (ราว 8,800 ล้านบาท) แสดงผลงานได้อย่างโดดเด่นมากๆ
ขณะเดียวกัน ลัมเมนส์ คืออีกหนึ่งคีย์แมนสำคัญที่ทำให้ แมนฯ ยูฯ ชนะ เอฟเวอร์ตัน เพราะการเล่นที่นิ่ง มีสมาธิอยู่ตลอดเวลา และไม่เน้นการโชว์อะไรที่หวือหวา ทำให้ “ผีแดง” สามารถเก็บคลีนชีตในแมตช์นี้ได้
สำหรับตอนนี้ ลัมเมนส์ คือภาพแทนของความนิ่งสงบ นับตั้งแต่ก้าวลงเฝ้าเสาให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นครั้งแรกในเดือนตุลาคม จนถึงเมื่อค่ำคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเขาจริงๆ
รับมือกับแรงกดดันได้ดีเกินวัย
“สุดยอดจริง ๆ!” คำพูดจากปากของ เดวิด มอยส์ ผู้จัดการทีมมากประสบการณ์ ซึ่งคงไม่มีใครอธิบายความยอดเยี่ยมของ ลัมเมนส์ ได้ดีกว่ากุนซือของ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน อีกแล้ว
แน่นอนว่า มอยส์ รู้ดีถึงแรงกดดันของการใช้ชีวิตภายใต้การโดนจับตามองที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะเขาเคยสัมผัสมัน, หายใจอยู่กับมัน และเห็นกับตาว่ามันส่งผลต่อผู้เล่นที่มีพรสวรรค์มากเพียงใด
จนถึงตอนนี้ ลัมเมนส์ รับมือกับทุกอย่างได้อย่างราบรื่น แทบไม่มีดราม่าใดๆ ทั้งที่น่าเหลือเชื่อว่านี่เพิ่งเป็นฤดูกาลเต็มปีที่สองของเขาในฐานะมือหนึ่ง หลังแจ้งเกิดกับ รอยัล อันทเวิร์ป
ในวัยเพียง 23 ปี เขามีความเป็นผู้ใหญ่เกินวัย ทั้งในด้านพรสวรรค์และสภาพจิตใจ ซึ่งยังมีแนวโน้มพัฒนาได้อีกมากตามกาลเวลา และเวลานี้ ลัมเมนส์ ดูเหมือนผู้รักษาประตูประเภทที่จะสามารถเป็นรากฐานสำคัญของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปได้อย่างน้อยอีกหนึ่งทศวรรษ
ความผิดพลาดน้อย มีสมาธิตลอดทั้งเกม
มันยากจะนึกออกว่าผู้รักษาประตูอนาคตไกลชาวเบลเยียม เคยก่อความผิดพลาดชัดเจนตั้งแต่ประเดิมสนามพบ ซันเดอร์แลนด์ ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อช่วงต้นฤดูกาลนี้
อย่างไรก็ตามในเกมกับ เอฟเวอร์ตัน เขาเกือบพลาดตั้งแต่วินาทีแรกของเกมเมื่อบอลถูกส่งคืนหลังจากเขี่ยเริ่มเกมถึง ลัมเมนส์ และจังหวะเตะเปิดยาวของเขาถูก เธียร์โน แบร์รี วิ่งเข้าชาร์จบล็อกเอาไว้ แต่นั่นคือจังหวะที่ใกล้เคียงที่สุดที่ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” จะทำให้เขาเสียสมาธิได้
ในช่วงท้ายเกม เมื่อเจ้าถิ่นโหมบุกเข้าเขตโทษหวังตีเสมอจากลูกตั้งเตะ โดยมี เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ รับบทตัวปั่นป่วนในกรอบเขตโทษ โดย ลัมเมนส์ ยังคงมีสติและไหวพริบ รับมือกับความกดดันได้อย่างยอดเยี่ยม
ลัมเมนส์ ทั้งกระโดดรับบอล, ชกบอลเคลียร์ให้พ้นพื้นที่อันตราย, พุ่งเซฟสำคัญทำให้ทีมรอดจากการเสียประตูอย่างน่าเหลือเชื่อ นั่นคือภาพสะท้อนที่แสดงให้เห็นว่าเขาคือนายทวารที่ไว้วางใจได้
สร้างความเชื่อมั่นให้กับเพื่อนร่วมทีม
สิ่งที่บ่งบอกว่า ลัมเมนส์ คือนายทวารที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เฝ้ารอมานานนั่นก็คือการให้สัมภาษณ์ของ ไมเคิ่ล คาร์ริค ที่ระบุอย่างชัดเจนว่าเขาคือโกลที่ทำให้เพื่อนร่วมทีมทุกคนพึ่งพา และไว้วางใจได้เสมอ
“สำหรับผม ผู้รักษาประตูต้องเป็นคนที่ไว้ใจได้และน่าเชื่อถือ แทนที่จะสร้างความโกลาหล คุณอยากให้เขาขจัดความวุ่นวายนั้นออกไปและทำให้ทุกอย่างสงบลง ผมคิดว่าเซนเน่ทำแบบนั้นได้”
“ฟังนะ ที่นั่น (ดิกกินสัน สเตเดี้ยม) เป็นสถานที่ที่ยากมาก โดยเฉพาะ 15 นาทีสุดท้าย จำนวนลูกเปิดจากด้านข้าง, ลูกเตะมุม และสถานการณ์ต่างๆ ที่เขาต้องรับมือ รวมถึงจังหวะยิงสองสามครั้งที่เขาพยายามป้องกัน ลดความอันตรายลงทันที”
“ส่วนสำคัญคือเรื่องคาแรกเตอร์ นั่นคือคุณสมบัติสำคัญ โดยเฉพาะกับการเล่นที่นี่ การก้าวกระโดดที่เขาทำได้นั้นเป็นก้าวที่ใหญ่มาก ไม่ได้ดูหมิ่นอะไรเลย แต่มันคือก้าวที่มหาศาล และการที่เขารับมือได้แบบนี้ เดินหน้าทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป มันบอกอะไรได้มากมายถึงบุคลิกของเขา ที่สามารถรับมือกับสภาพแวดล้อมและการเล่นในระดับนี้ได้”
ไม่หลงระเริงกับคำเยินยอ
หนึ่งในเรื่องที่น่าประทับใจสำหรับทัศนคติของ ลัมเมนส์ นั่นก็คือการไม่หลงระเริงไปกับคำเยินยอ โดยเฉพาะเมื่อโดนนำไปเปรียบเทียบกับ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ตำนานโกลชาวดัตช์ของแมนฯ ยูไนเต็ด
“อย่างที่คุณบอก ถ้าผมถูกนำไปเปรียบเทียบกับ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ มันก็เป็นเรื่องดีเสมอที่ได้ยินแบบนั้น เรารู้อยู่แล้วว่ามันจะเป็นเกมที่ยาก เอฟเวอร์ตันเป็นทีมที่แข็งแกร่งมาก โดยเฉพาะแนวรับที่ตัวใหญ่ เรารู้ว่าลูกเตะมุมและลูกตั้งเตะจะเป็นงานหนัก แต่นั่นเป็นจุดแข็งของผม ผมเลยดีใจที่ช่วยทีมได้อีกครั้ง”
“ผมแค่พยายามใจเย็นและเล่นในแบบของตัวเอง ผมรู้ว่าผมมีคุณภาพ ไม่อย่างนั้นผมคงไม่ได้มาอยู่ที่นี่ ดังนั้นผมก็แค่เชื่อมั่นในตัวเอง เชื่อในเพื่อนร่วมทีม และพวกเขาก็คอยสนับสนุนผม” นายด่านชาวเบลเยียม กล่าว
หมดยุคโกลไร้ความแน่นอน
ลัมเมนส์ เก็บคลีนชีตในพรีเมียร์ลีกให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เป็นครั้งแรกในรอบเกือบหนึ่งปี แม้ว่าเขาจะมีความเชื่อส่วนตัวก่อนเกมด้วยการ “ห้าม” ครอบครัวและเพื่อน ๆ อวยพรให้เก็บคลีนชีต เพราะกลัวจะเป็นลางไม่ดี
จริงๆ แล้วนับตั้งแต่หมดยุค ดาบิด เด เคอา ต้องยอมรับว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องพบกับหายนะเมื่อพวกเขาไปดึง อ็องเดร โอนาน่า มาร่วมทัพ แต่สิ่งที่ได้รับความการเล่นที่ไม่มีความแน่นอน และทำให้ทีมต้องพบกับความเสียหายหลายครั้งหลายหน
สำหรับตอนนี้ แมนฯ ยูฯ หมดยุคนายทวารสร้างคอนเทนต์แล้ว หลังปล่อยไปเฝ้าเสากับ แทร็บซอนสปอร์ ด้วยสัญญายืมตัวจนจบซีซั่น และคาดว่าจะโดนขาดทิ้งแบบขาดทุน ให้ทีมใดทีมหนึ่งที่สนใจรับเซ้งในช่วงซัมเมอร์นี้
จากผลงานของ ลัมเมนต์ ซึ่งมาจากเมืองซอตเตเกม แคว้นอีสต์แฟลนเดอร์ส ดูเหมือนเขาจะมาอยู่กับ แมนฯ ยูฯ ไปอีกนาน และอาจจะก้าวเข้ามาอยู่ในทำเนียบตำนานโกลของ “ปีศาจแดง” ก็ได้

