ลมหวน! โมนาโก ปลด อองรี ตั้ง ชาร์ดิม กลับมากู้วิกฤติ


ลมหวน! โมนาโก ปลด อองรี ตั้ง ชาร์ดิม กลับมากู้วิกฤติ

   อาแอส โมนาโก ประกาศปลด เธียร์รี่ อองรี พ้นจากตำแหน่งและได้แต่งตั้ง เลโอนาร์โด้ ชาร์ดิม อดีตผู้จัดการทีมคนล่าสุด เข้ามารับงานแทน

     อองรี ถูกสั่งพักงานหลังพาต้นสังกัดฟอร์มแย่ อยู่อันดับ 2 นับจากท้ายตาราง และนำ โมนาโก เก็บได้เพียง 15 คะแนนจาก 21 นัด ล่าสุดสโมสรได้แต่งตั้ง เลโอนาร์โด้ ชาร์ดิม อดีตนายใหญ่เลือดฝอยทองที่เพิ่งจะโดนปลดไปเมื่อเดือน ตุลาคม เข้ามารับงานต่อพร้อมโดยจะเซ็นสัญญากัน 2 ปีครึ่ง

     อย่างไรก็ตาม วาดิม วาซิลเยฟ รองประธานสโมสร โมนาโก ได้ออกมากล่าวถึงเหตุการณ์ในครั้งนี้ว่า

    “สโมสรของเรากำลังผ่านช่วงเวลาที่ซันซ้อนมากและในวันนี้ผมต้องประกาศว่าผมต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่สำหรับมัน”

    “เราขายผู้เล่นคนสำคัญออกไปมากเกินในซัมเมอร์ แม้ว่าจะมีความผิดพลาดในการลงทุนเพื่อแทนที่นักเตะเหล่านั้น”

    “วันนี้เราตระหนักดีว่าเรื่องราวของ ชาร์ดิม กับสโมสรไม่ควรจะจบลงอย่างที่ควรจะเป็น เราควรให้โอกาสกับ เลโอนาร์โด้ ได้ทำงานต่อไป”

    “อองรี เป็นตำนานของวงการฟุตบอล แต่ด้วยสถานการณ์ที่เลวร้ายบวกกับผู้เล่นบาดเจ็บมากเกินไป นั้นทำให้เขาไม่สามารถพาทีมออกจากวิกฤติได้”

    “ผมขอขอบคุณ อองรี ที่เสียสละความท้าทายนี้และพยายามช่วยสโมสรในช่วงเวลาที่ยากลำบาก”

    “น่าเสียดายที่เราไม่มีเวลาและเราต้องดำเนินการและตอบสนองทันที นั้นคือเหตุผลที่เราตัดสินใจยุติความร่วมมือกับ อองรี “

     นอกจากนี้ อองรี ยังได้ออกมากล่าวถึงความรู้สึกของเขากับประสบการณ์อันล้ำค่านี้แม้ว่าจะไม่สามารถพาทีมประสบความสำเร็จ

    “มันเป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างยิ่ง ผมได้เป็นส่วนนึงของ โมนาโก แม้ว่ามันจะเป็นช่วงเวลาที่แสนสั้น”

    “ความทะเยอทะยานและปรัชญาของผมตั้งแต่วันแรกที่ผมเข้ามาคือสโมสรต้องมาก่อนเสมอ”

    “ผมเชื่อมั่นอย่างยิ่งในทีมชุดนี้และทีมได้มีการเซ็นสัญญานักเตะใหม่ล่าสุดอยู่ในขณะนี้”

    “เราจะมีทีมที่ดีกว่าในการต่อสู้ในเลก 2 ของฤดูกาลเพื่อเติมเต็มศักยภาพของทีม”

    “ผมขอขอบคุณ วาดิม วาซิลเยฟ และ มิเชล อเมนาโล่ ที่ทำให้ผมมีโอกาสที่นี้กับสโมสรในวัยเด็กของผมและแฟนๆที่ต้อนรับอย่างอบอุ่นตลอดเวลาที่ดำรงตำแหน่งนี้”

    “ผมหวังอย่างยิ่งว่าผู้จัดการทีมคนใหม่ จะพา อาแอส ให้แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม และผมหวังว่าพวกเขาจะประสบความสำเร็จในอนาคต”

    “โดยเริ่มจากเอาชนะ ดิฌง จากนั้นก็พาทีมกลับไปลุ้นพื้นที่บอลถ้วยยุโรปอีกครั้ง”