ย้อนรอยเหตุการณ์แข้งดังปฏิเสธลงเล่น หลัง โรนัลโด้ งัดไม้เด็ดที่ อัล-นาสเซอร์

ย้อนรอยเหตุการณ์ของ 11 แข้งดังที่เคยประท้วงไม่ลงเล่นให้กับต้นสังกัดด้วยเหตุผลมากมาย ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาของแต่ละคนแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หลังจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เพิ่งใช้ไม้เด็ดดังกล่าวกับ อัล-นาสเซอร์

การที่นักเตะประท้วงไม่ลงเล่นให้กับสโมสรไม่ว่าเหตุผลประการใด ถือเป็นหนึ่งในเรื่องร้ายแรงที่สุดของโลกฟุตบอล และล่าสุดชื่อของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ถูกหยิบยกขึ้นมาอยู่ในประเด็นนี้อีกครั้ง หลังมีรายงานว่าเจ้าตัวแสดงความไม่พอใจกับการบริหารงานของ อัล-นาสเซอร์ จนถึงขั้นปฏิเสธการลงสนาม ท่ามกลางความตึงเครียดภายในกลุ่มทุน PIF

แหล่งข่าวระบุว่า โรนัลโด้ ไม่แฮปปี้กับทิศทางของสโมสร เมื่อเทียบกับทีมในเครือเดียวกันอย่าง อัล-ฮิลาล ที่กำลังเดินหน้าล่าตัวนักเตะระดับท็อปอย่าง คาริม เบนเซม่า และการที่หนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลเลือกประท้วงสโมสรด้วยวิธีการดังกล่าว ก็ยิ่งตั้งคำถามว่า วิธีการนี้คุ้มค่าหรือไม่ในระยะยาว

จากกรณีของ CR7 ทำให้เกิดการย้อนมองไปยัง 11 นักเตะชื่อดัง ที่เคยใช้วิธีเดียวกัน ด้วยหลายเหตุผลซึ่งผลลัพธ์ของแต่ละคนแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

อิซัค-ดีเอโก้ คอสต้า: บางคนได้ย้ายสมใจ

อเล็กซานเดอร์ อิซัค คือกรณีล่าสุดในพรีเมียร์ลีก เมื่อเจ้าตัวแตกหักกับ นิวคาสเซิ่ล เพื่อบีบให้ ลิเวอร์พูล ทุ่มค่าตัวสถิติอังกฤษ 130 ล้านปอนด์คว้าตัวไปร่วมทีม แม้ปัจจุบันจะยังบาดเจ็บ แต่สุดท้ายก็ได้ย้ายสู่ “หงส์แดง” อย่างที่ต้องการ

ส่วนกรณีของ ดีเอโก้ คอสต้า เลือกไม่กลับมาซ้อมกับ เชลซี หลังถูก อันโตนิโอ คอนเต้ แจ้งผ่านข้อความว่าไม่อยู่ในแผน ก่อนจะสมหวังย้ายกลับ แอตเลติโก มาดริด และยังคว้าแชมป์ลาลีกาได้อีกครั้ง

เดิมพันพลาด เส้นทางไม่สวย

ในทางกลับกัน นักเตะอย่าง คลินท์ เดมพ์ซีย์, ปิแอร์ ฟาน ฮอยดองค์ หรือ เซบาสเตียน สกิลลาชี่ เลือกประท้วงเพื่อย้ายทีม แต่สุดท้ายเส้นทางอาชีพกลับไม่พุ่งอย่างที่หวัง บางรายได้ย้ายจริง แต่ไม่อาจยืนระยะในสโมสรใหม่ได้

มาห์เรซ-นูเนส: เสี่ยงแล้วรุ่ง

ริยาด มาห์เรซ ใช้วิธีแข็งข้อกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ก่อนย้ายซบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และกลายเป็นหนึ่งในแข้งคนสำคัญของยุคทอง เรือใบสีฟ้า คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกถึง 4 สมัย รวมถึงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

ขณะที่ มาเตอุส นูเนส เลือกผลักดันการย้ายจาก วูล์ฟส์ สู่ เอติฮัด และสุดท้ายปรับบทบาทจนแจ้งเกิดภายใต้กุนซืออย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

บางคนถอยหนึ่งก้าว เพื่อไปไกลกว่าเดิม

กรณีของ พอล สโคลส์ และ คาร์ลอส เตเวซ เป็นตัวอย่างชัดเจนว่า การแสดงท่าทีไม่พอใจหรือคิดจะแยกทางกับสโมสร ไม่จำเป็นต้องจบลงด้วยการย้ายทีมเสมอไป และในบางครั้ง การ “ถอย” และเลือกอยู่ต่อ กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอาชีพค้าแข้ง

พอล สโคลส์
ช่วงปลายทศวรรษ 1990 สโคลส์ เคยรู้สึกไม่พอใจกับบทบาทของตัวเองใน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังถูกจับไปยืนในตำแหน่งที่ไม่ถนัด และมีข่าวเชื่อมโยงกับหลายสโมสรในอิตาลี รวมถึง เรอัล มาดริด โดยเจ้าตัวเคยแสดงความลังเลต่ออนาคต และมีรายงานว่าเริ่มตั้งคำถามกับบทบาทในทีม

อย่างไรก็ตาม หลังการพูดคุยกับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน สโคลส์ เลือกกลับใจอยู่ต่อ และยอมปรับตัวเข้ากับบทบาทที่ทีมต้องการ ผลลัพธ์คือเขากลายเป็นหัวใจในแดนกลางของยุคทองปีศาจแดง คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พร้อมได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร และไม่เคยย้ายออกไปเล่นให้ทีมอื่นเลยตลอดอาชีพการค้าแข้ง

คาร์ลอส เตเวซ
กรณีของ เตเวซ นั้นเต็มไปด้วยดราม่ามากกว่า โดยในปี 2011 เจ้าตัวปฏิเสธลงสนามให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ บาเยิร์น มิวนิค หลังไม่พอใจสถานะตัวสำรอง และมีปัญหากับ โรแบร์โต้ มันชินี่ จนถูกสโมสรสั่งพักงานและแยกซ้อมเดี่ยวเป็นเวลาหลายเดือน

หลายฝ่ายมองว่าเส้นทางของ เตเวซ กับ “เรือใบสีฟ้า” จบลงแล้ว แต่สุดท้ายเจ้าตัวเลือกกลับมาขอโทษ ยอมรับความผิด และขอพิสูจน์ตัวเองใหม่ เมื่อได้โอกาสกลับสู่ทีมชุดใหญ่ เตเวซ ตอบแทนด้วยฟอร์มการเล่นระดับท็อป มีส่วนสำคัญในการพา แมนฯ ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2011/12 ซึ่งเป็นแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกในรอบ 44 ปีของสโมสร

ทั้งสองกรณีสะท้อนว่า การไม่พอใจสโมสรหรือการแสดงท่าทีแข็งข้อ ไม่ได้หมายความว่าทางออกเดียวคือการย้ายทีมเสมอไป บางครั้งการถอยกลับมา ทบทวนตัวเอง และเลือกยืนหยัดในเส้นทางเดิม อาจนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมในอาชีพค้าแข้ง