มามุกเดิมอีกมั้ย? เมื่อโค้ชทีมชาติเอ่ยปาก เรอัล มาดริด คือฝันของ โซบอสไล

กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าในถิ่นแอนฟิลด์ เมื่อ มาร์โก รอสซี่ กุนซือทีมชาติฮังการี ออกมาเผยความลับวัยเด็กของ โดมินิค โซบอสไล ว่ามี “เรอัล มาดริด” เป็นสโมสรในฝันเพียงหนึ่งเดียว ทำเอาเหล่า “เดอะ ค็อป” นั่งไม่ติดเกรงจะเสียสมบัติล้ำค่าซ้ำรอย เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า…

1. อยู่ดีๆ กุนซือทีมชาติฮังการี่อย่าง มาร์โก รอสซี่ ก็ออกมาพูดถึงศิษย์รักอย่าง โดมินิค โซบอสไล ว่ามีความใฝ่ฝันอยากสวมเครื่องแบบชุดขาวของ เรอัล มาดริด ตั้งแต่เด็ก

“โซบอสไล มีความใฝ่ฝันหนึ่งเดี่ยวมาตลอดชีวิตของเขาว่าจะเล่นให้ เรอัล มาดริด” 

“ผมรู้จักเขาดีตั้งแต่เขายังเป็นเด็กน้อยที่เพิ่งเริ่มหัดเตะบอล และความใฝ่ฝันของเขาคือการเล่นให้ เรอัล มาดริด มาตลอด”


นี่คือบางช่วงบางตอนที่นายใหญ่แห่ง ‘แม็กย่าร์’ ให้ปากคำกับสื่อแดนกระทิงดุอย่าง ‘มาร์ก้า’ ซึ่งไม่ต่างจากกระบอกเสียงของสโมสรราชันชุดขาว

2. เท่านั้นแหละเป็นเรื่อง

เมื่อเด็กหงส์จำนวนหนึ่งออกอาการเหมือนกระต่ายที่นอนหลับอยู่ตรงโคนต้นมะพร้าว

แล้วทันใด ลูกมะพร้าวก็ตกลงมาเสียงดัง…

ตูมมมมมมม !!!

ผมเข้าใจเด็กหงส์จำนวนหนึ่งนะครับที่แตกตื่น เพราะ ดอม โซโบ้ และนาทีนี้คือสมบัติล้ำค่าของ ลิเวอร์พูล แถมพวกเขายังมีความหลอนจากกรณีที่ เทรนต์ เอเอ ทิ้ง แอนฟิลด์ ไปแบบไม่มีค่าตัว

แต่หากตรึกตรองอย่างถี่ถ้วนก็จะพบว่ามันเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่นักเตะสักคนหนึ่งจะมีความใฝ่ฝันว่าอยากจะไปค้าแข้งให้ทีมที่ตัวเองเชียร์ตั้งแต่เด็ก 

3. ในเมื่อ เรอัล มาดริด คือสโมสรฟุตบอลอันดับหนึ่งในเมืองมนุษย์ ทั้งในเรื่องชื่อเสียง และความสำเร็จ

ยิ่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรที่เด็กบ้าบอลจากประเทศเล็กๆ ในยุโรปจะมีความคลั่งไคล้ในสโมสรแห่งนี้

โดยไม่เว้นแม้แต่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ 

พูดง่ายๆ ‘เรอัล’ คือจุดสูงสุดของนักฟุตบอลหลายคน เพราะการไปอยู่กับสโมสรแห่งนี้ มันแสดงให้เห็นว่าคุณคือสุดยอดดาวเตะระดับตีนพระกาฬ

4. ว่าแล้วก็นึกถึง ‘พี่โด้’ ที่หลังจบฤดูกาล 2007/07 หลังช่วยให้ แมนยูไนเต็ด คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แถมตัวเองคว้ารางวัลบัลลงดอร์ 

เขาบอก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตามตรงว่าขอสับตีนไปที่ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ตามความหลงไหล และใฝ่ฝัน เพราะประสบความสำเร็จในเครื่องแบบอสูรแดงมาหมดทุกรูปแบบแล้ว

แต่ป๋าขอร้องให้ลูกรักของตัวเองผู้นี้ต่อสัญญา และอยู่ช่วยทีมอีกฤดูกาล แล้วถ้าได้ค่าตัวที่เหมาะสมก็จะยอมปล่อยตัวไปล่าฝัน

หลังช่วยให้ แมนยูไนเต็ด กะซวกแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกสมัยในฤดูกาล 2008/09 

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ย้ายไป เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวแพงที่สุดเป็นสถิติโลก ณ นาทีนั้น

5. เรอัล มาดริด ชอบ ‘ของฟรี’ ด้วยจะออกข่าวล่อซื้อล่วงหน้าเอาไว้ก่อน แล้วรอให้นักเตะที่ตัวเองอยากจะ ‘เอานะ’ หมดสัญญากับต้นสังกัดเดิม

สัญญากับหงส์แดงของ ‘โซโบ้’ เหลืออยู่ถึงปี 2028

ดังฉะนั้น ถ้า มาดริด อยากได้เร็วๆ และเจ้าตัวเขาอยากไป หลังจบฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูล ก็สามารถเรียกค่าเสียหายได้แบบเต็มๆ ไม่ต่ำกว่า 80-100 ล้านปอนด์แน่นอน

แต่ถ้าจะมามุกเดิม ดาวเตะเอนกประสงค์ของหงส์แดงผู้นี้ก็ต้องดึงเชง ไม่ยอมต่อสัญญาเหมือนแบ็คขวาคนเก่า ซึ่งนั่นก็เท่ากับการสถาปนาตัวเองเป็นศัตรูของ เดอะ ค๊อป ไปโดยปริยาย

เรื่องการย้ายทีม ถือเป็นวิถีของนักเตะในโลกลูกหนังอยู่แล้วนะครับ

ท้ายนี้ผมอยากจะบอกว่าถึงแม้น โดมินิค โซบอสไล จะยังไม่ได้ไปเล่นให้กับทีมในฝันของตัวเอง แต่ ณ ปัจจุบัน เขาก็อยู่กับทีมที่ดีที่สุดทีมหนึ่งในโลก และดาวอังคาร แบล็บๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ