ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา มีประเด็นอื้อฉาวในเกมที่ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด แพ้ ซันเดอร์แลนด์ 1-2 เนื่องจากมีจังหวะที่ต้องหยุดการแข่งขันชั่วคราวในช่วงกลางครึ่งหลังเพราะมีการเหยียดผิวจากแฟนบอล
สำหรับแมตช์นี้เป็นศึกไทน์-แวร์ ดาร์บี้ ที่สนามเซนต์ เจมส์ พาร์ค เกิดประเด็นถกเถียงในช่วงครึ่งหลัง จากจังหวะรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับ ลุตชาเรล เกียร์ทรุยด้า กองหลังซันเดอร์แลนด์ โดนแฟนบอลเจ้าถิ่นเหยียดผิว
จากการเปิดเผยของ “บีบีซี” สื่อดังในอังกฤษ ระบุว่า ในขณะที่ แอนโธนี่ย์ เทย์เลอร์ ผู้ตัดสินเป่าหยุดเกม เนื่องจาก สเวน บ็อตมัน นักเตะ “สาลิกาดง” ได้รับการปฐมพยาบาลจากอาการบาดเจ็บ ตอนนั้น กรานิต ชาก้า กัปตันทีมทัพ “แมวดำ” ได้เข้าไปพูดคุยกับท่านเปา จากกรณีที่ เกียร์ทรุยด้า ถูกสาวก “เดอะ แม็กพายส์” เหยียดเชื้อชาติ
ด้วยเหตุนี้ทำให้ เทย์เลอร์ จำเป็นต้องใช้มาตรการตามโปรโตคอล (Protocaol) ต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ ก่อนจะเรียกกัปตันทีมและเฮดโค้ชของทั้งสองสโมสรเข้ามาพูดคุย หลังจากนั้นจึงกลับมาแข่งขันกันต่อ
แถลงการณ์ของ พรีเมียร์ลีก ระบุว่า จะดำเนินการสอบสวนอย่างเต็มรูปแบบ และการเหยียดผิวจะต้องไม่เกิดขึ้นในฟุตบอล “เราขอแสดงการสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อนักเตะ รวมถึงทั้งสองสโมสร การเหยียดเชื้อชาติไม่มีที่ยืนในการแข่งขันของเรา หรือในสังคมใดๆ”
“เราจะยังคงทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าสนามแข่งขันเป็นสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างและเป็นมิตรสำหรับทุกคน” แถลงการณ์ฉบับเดิม ระบุ

