ฝรั่งเศส พบ โครเอเชีย ใครแชมป์! เช็กตารางบอลโลก2018-เกร็ดข้อมูล-โปรแกรมถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก

 

 

 

เวิลด์คัพฉบับรัสเซียเดินทางมาถึงวันสุดท้ายในรอบชิงชนะเลิศแล้ว ฝรั่งเศส พบ โครเอเชีย มาเช็กกันว่า ตารางบอลโลก2018 พร้อมช่องถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกวันนี้ ลงสนามในเวลาไหน พร้อมมีเกร็ดข้อมูลเล็กๆน้อยๆมาฝากกัน – คู่นี้เจอกันทั้งหมด 5 ครั้ง ฝรั่งเศส ไม่เคยเสียท่า โครเอเชีย แม้แต่ครั้งเดียว ชนะรวดใน 3 เกมแรกก่อนเจ๊าใน 2 นัดหลังสุด

– คู่นี้เจอกันในบอลโลกรอบสุดท้ายหนเดียวคือรอบตัดเชือก ฟร้องซ์ 98 ที่ ลิลิยอง ตูราม เหมาคนเดียว 2 ประตูให้ตราไก่ แซงเข้าป้าย 2-1 กรุยทางสู่นัดชิงที่โค่น บราซิล 3-0 คว้าแชมป์โลกสมัยแรกและสมัยเดียวของพวกเขาจนถึงตอนนี้

– ส่วนทัพโครแอต คว้าอันดับ 3 หลังชนะ ฮอลแลนด์ 2-1 ในบอลโลกครั้งนั้น เป็นผลงานดีสุดในเวิลด์ คัพ จนถึงตอนนี้ ทำให้ ดาวอร์ ซูเคอร์ เป็นดาวซัลโวสูงสุดด้วยจำนวน 6 ประตู

– ขณะการเจอกันในเกมทางอีกครั้งอีกนัดเดียวคือศึกยูโร 2004 รอบแรก ที่เสมอกัน 2-2 เมื่อ 17 มิ.ย. 14 ปีที่แล้ว โครเอเชีย

– โครเอเชีย ผ่านเข้าชิงฟุตบอลโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์จากการผ่านเข้ารอบสุดท้ายทั้งหมด 5 ครั้ง

– โครเอเชีย ไร้พ่ายตลอด 7 เกมหลังรวมทุกรายการ (ชนะ 4 ชนะต่อเวลา 1 เสมอ 2) ตั้งแต่อุ่นแข้งแพ้ บราซิล 0-2 เมื่อ 3 มิ.ย.

– โครเอเชีย ไร้พ่ายตลอด 10 เกมบอลโลกหลังสุด (รวมรอบคัดเลือก) ชนะ 5 ชนะต่อเวลา 1 เสมอ 4 ตั้งแต่บุกแพ้ ตุรกี 0-1 ในรอบคัดเลือกบอลโลก เมื่อ 6 ก.ย. 2017

– นับเฉพาะเกมบอลโลกรอบสุดท้าย โครเอเชีย ไร้พ่าย 6 นัดติดต่อกัน (ชนะ 3 ชนะต่อเวลา 1 เสมอ 2) ตั้งแต่แพ้ เม็กซิโก 1-3 นัดส่งท้ายรอบแรก เวิลด์ คัพ 2014 เมื่อ 23 มิ.ย. 2014

– โครเอเชีย ต้องเล่น 120 นาทีตลอด 3 เกมรอบน็อกต์เอาต์ฟุตบอลโลกครั้งนี้ (ชนะต่อเวลา 1 ชนะจุดโทษ 2)

– 3 เกมบอลโลกหลังสุดของ โครเอเชีย มีการยิงประตูรวมน้อยกว่านัดละ 2.5 ประตู

– อีวาน เปริซิช มีส่วนร่วมกับ 10 ประตูในทัวร์นาเมนต์เมเจอร์ของ โครเอเชีย (6 ประตู 4 แอสซิสต์) เป็นสถิติสูงสุดร่วมกับ ดาวอร์ ซูเคอร์ (9 ประตู 1 แอสซิสต์)สรุปอันดับดาวซัลโวฟุตบอลโลก 2018

6 ประตู : แฮร์รี่ เคน (อังกฤษ)

4 ประตู : โรเมลู ลูกากู (เบลเยียม), คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (โปรตุเกส) ,เดนิส เชอรีเชฟ (รัสเซีย)

3 ประตู : อองตวน กรีซมันน์ (ฝรั่งเศส), คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (ฝรั่งเศส), เอแด็น อาซาร์ (เบลเยียม), อาร์ตียอม ชียูบา (รัสเซีย), เอดิสัน คาวานี่ (อุรุกวัย) ,เยอร์รี่ มิน่า (โคลอมเบีย), ดีเอโก้ คอสต้า (สเปน)

2 ประตู : มาริโอ มานด์ซูคิช (โครเอเชีย), อิวาน เปริซิช (โครเอเชีย), ลูก้า โมดริช (โครเอเชีย), จอห์น สโตนส์ (อังกฤษ), เนย์มาร์ (บราซิล), หลุยส์ ซัวเรซ (อุรุกวัย), อาห์เหม็ด มูซ่า (ไนจีเรีย), ฟิลิเป้ คูตินโญ่ (บราซิล), โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ (อียิปต์), ไมล์ เยดินัค (ออสเตรเลีย), ซน ฮึง-มิน (เกาหลีใต้), เซร์คิโอ อเกวโร่ (อาร์เจนตินา), ทาเคชิ อินูอิ (ญี่ปุ่น)

1 ประตู : เควิน เดอ บรอยน์ (เบลเยียม), มารูอาน เฟลไลนี่, (เบลเยียม), นาเซอร์ ชาดลี่ (เบลเยียม), อัดนาน ยานาไซ (เบลเยียม), ลิโอเนล เมสซี่ (อาร์เจนตินา), มาร์โก รอยส์ (เยอรมัน), เคซึเกะ ฮอนดะ (ญี่ปุ่น), อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน (รัสเซีย), อาร์เวียร์ เอร์นานเดซ (เม็กซิโก), มาร์กอส โรโฮ (อาร์เจนตินา), คริสเตียน อิริคเซ่น (เดนมาร์ก), เจสซี่ ลินการ์ด (อังกฤษ), ราดาเมล ฟัลเกา (โคลอมเบีย), ชินจิ คางาวะ (ญี่ปุ่น), ยาโก้ อาสปาส (สเปน), ราฟาเอล วาราน, ซามูเอล อุมติตี้ (ฝรั่งเศส /