ผงาดแชมป์สมัยที่11! “ชุดขาว” ดวลโทษดับ “ตราหมี” 5-3

   

89

   

เริ่มเกมได้ 6 นาที “ราชันชุดขาว” เกือบได้ประตูขึ้นนำ แกเร็ธ เบล เปิดลูกฟรีคิกริมเส้นฝั่งซ้ายเข้าไปในเขตโทษ กาเซมิโร่ ยิงจ่อๆแต่บอลไปโดนตัว แยน โอบลัค กระดอนมาเข้าทาง มาร์เชโล่ ซ้ำข้ามคานเหลือเชื่อ

แต่แล้วนาทีที่ 15 โทนี่ โครส เปิดฟรีคิกจากระยะ 35 หลาไปในเขตโทษ แกเร็ธ เบล โหม่งเช็ดต่อไปในกรอบ 6 หลา และเป็น เซร์คิโอ รามอส ที่ตามชาร์จจ่อๆส่งบอลผ่านตัว แยน โอบลัค ตุงตาข่าย เรอัล มาดริด ออกนำ 1-0

นาทีที่ 33 แอต.มาดริด ได้โอกาสครั้งแรกในเกม อองตวน กรีซมันน์ ลากตัดจากริมเส้นฝั่งซ้ายเข้าหาเขตโทษก่อนซัดด้วยซ้าย แต่บอลเบาไป เกย์ลอร์ นาวาส รับเข้าซองไว้ได้ไม่ยาก

ท้ายครึ่งแรก “ตราหมี” ได้ลุ้นอีกครั้ง กาบี เปิดบอลเข้าไปทางฝั่งซ้ายของเขตโทษ อองตวน กรีซมันน์ วอลเล่ย์แบบไม่ต้องจับ แต่ติดเซฟของ เกย์ลอร์ นาวาส ซึ่งจังหวะนี้เป็นลูกล้ำหน้าไปแล้ว หมดครึ่งแรก เรอัล มาดริด ออกนำ 1-0

กลับมาเล่นกันต่อในครึ่งหลัง นาทีที่ 48  แอต.มาดริด พลาดโอกาสตีเสมออย่างน่าเสียดาย เฟร์นานโด ตอร์เรส ถูก เปเป้ เสียบทางด้านหลังล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที แต่ อ็องตวน กรีซมันน์ กลับซัดไปชนคานเด้งออกมาอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 70 ลูก้า โมดริช ไหลบอลเข้าเขตโทษให้ คาริม เบนเซม่า ได้หลุดเดี่ยวเข้าไปซัดด้วยขวา แต่ ยาน โอบลัค นายทวารตราหมียังไวพุ่งออกมาบล็อกไว้ได้ทัน

นาทีที่ 78 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้หลุดไปซัดด้วยขวาในกรอบเขตโทษ ยาน โอบลัค ทุบทิ้่งออกมาได้ แต่บอลไปเข้าทาง โรนัลโด้ ยิงซ้ำอีกครั้ง แต่คราวนี้ไปติดแนวรับของตราหมีที่ยืนคุมเส้นอยู่

นาทีต่อมา กาบี เฟร์นานเดซ วางบอลให้ ฆวนฟราน ตอร์เรส หลุดเข้าเขตโทษฝั่งขวาก่อนจะตบบอลเข้าไปหน้าประตู ยานนิค การ์ราสโก้ ตัวสำรองที่ถูกส่งลงสนาม ฉีกหนีตัวประกบก่อนแปด้วยขวาเสียบใต้คานเข้าไป แอต.มาดริด ตามตีเสมอเป็น 1-1 ได้สำเร็จ

จบ 90 นาที ทั้งสองทีมยังเสมอกัน 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปเพื่อหาผู้ชนะ แต่ก็ยังไม่มีฝ่ายใดทำประตูกันได้ ทำให้ต้องไปตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ และเป็น เรอัล มาดริด ที่ทำได้ดีกว่าเอาชนะไปได้ 5-3 คว้าแชมป์สมัยที่ 11 ไปครองอย่างยิ่งใหญ่