งบการเงินประจำปีสิ้นสุดเมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 ซึ่งมีการเผยแพร่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในรายได้หลักทั้งสามช่องทางของสโมสร ตลอดฤดูกาลที่ทีมภายใต้การคุมทัพของกุนซืออาร์เน่อ สล็อต ที่นำทีมผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาครองได้สำเร็จในซีซั่นแรกที่เข้ามากุมบังเหียน
รายได้ทะลุเป้าทั้ง 3 ช่องทาง
– ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดเพิ่มขึ้น
ลิเวอร์พูล มีรายได้จากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดเพิ่มขึ้นถึง 60 ล้านปอนด์ (ราว 2,520 ล้านบาท) ทำให้ยอดรวมขยับไปอยู่ที่ 264 ล้านปอนด์ (ราว 11,088 ล้านบาท) หลังจากพวกเขาได้ผ่านเข้าไปเล่นศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และทะลุไปถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย
– รายได้จากวันแข่งขัน
สำหรับรายได้ในวันแข่งขันของทัพ “หงส์แดง” เติบโตขึ้นอีก 14 ล้านปอนด์ (ราว 588 ล้านบาท) แตะระดับ 116 ล้านปอนด์ (ราว 4,872 ล้านบาท)
– รายได้เชิงพาณิชย์
ขณะเดียวกับรายได้เชิงพาณิชย์ของ “เดอะ เร้ดส์” เพิ่มขึ้น 15 ล้านปอนด์ (ราว 630 ล้านบาท) รวมเป็น 323 ล้านปอนด์ (ราว 13,566 ล้านบาท)
รายได้พุ่งติดอันดับ 5 สโมสรลูกหนังรายได้มากสุดในโลก
โดยภาพรวมแล้ว ลิเวอร์พูล มีรายได้ทั้งหมดพุ่งขึ้น 89 ล้านปอนด์ (ราว 3,738 ล้านบาท) หรือเพิ่มขึ้น 14.5% ส่งผลให้สโมสรเจ้าของแชมป์ลีกสูงสุดประเทศอังกฤษ 20 สมัย ขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 5 ในรายงานการจัดอันดับสโมสรฟุตบอลที่มีรายได้มากที่สุดในโลกประจำปี (Deloitte Football Money League) ตามหลัง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, บาเยิร์น มิวนิค, บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความแตกต่างอย่างชัดเจนจากฤดูกาล 2023/24 ซึ่ง ลิเวอร์พูล รายงานผลขาดทุนก่อนหักภาษีสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 57 ล้านปอนด์ (ราว 2,394 ล้านบาท) สาเหตุหลักมาจากการพลาดสิทธิ์ลงแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นั่นเอง
รายรับสูงแต่ค่าใช้จ่ายก็สูง
แม้ ลิเวอร์พูล จะกลับมาทำกำไรได้อีกครั้ง แต่ภาระค่าใช้จ่ายยังคงอยู่ในระดับสูง โดยค่าเหนื่อยนักเตะและสตาฟฟ์เพิ่มขึ้นอีก 42 ล้านปอนด์ (ราว 1,764 ล้านบาท) รวมเป็น 428 ล้านปอนด์ (ราว 17,976 ล้านบาท) ซึ่งนับว่าสูงที่สุดในศึกพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2024/25
ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายด้านการบริหารรวมก็เพิ่มขึ้น 57 ล้านปอนด์ (ราว 2,394 ล้านบาท) ขยับขึ้นไปแตะ 657 ล้านปอนด์ (ราว 27,594 ล้านบาท) สะท้อนให้เห็นว่าความสำเร็จในสนามมาพร้อมต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ภาพรวมทางการเงินจะพลิกกลับมาเป็นบวกก็ตาม
ทั้งนี้ตัวเลขผลกำไรดังกล่าวนับเฉพาะฤดูกาล 2024/25 เท่านั้นซึ่งมีการปิดงบประมาณเมื่อวันที่ 31 พ.ค. ดังนั้นจึงไม่รวมค่าใช้จ่ายในการเสริมทัพของ “หงส์แดง” เมื่อช่วงซัมเมอร์ล่าสุด ซึ่งพวกเขาใช้เงินไปมหาศาลกว่า 416.2 ล้านปอนด์ (ราว 17,480.4 ล้านบาท)

