ได้ฤกษ์เสียสำหรับนัดชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้ ที่อยู่คาบเกี่ยวกับการพักของนักเตะและอีกหลายคนที่มีคิวเตรียมพร้อมสำหรับยูโร 2016 ซึ่งเป็นศึกใหญ่ระดับชาติ
เรอัล มาดริด และ แอตเลติโก มาดริด 2 ทีมจากเมืองเดียวกันเดินทางสู่มิลานเพื่อแย่งชิงการเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่ในระดับสโมสรของยุโรปฤดูกาลนี้ ช่างกันเป็นการสู้กันระหว่างซูเปอร์สตาร์ของราชันชุดขาวกับสปิริตและความเป็นทีมของตราหมี
ต้องจับตาแน่นอนกับซูเปอร์สตาร์อันดับหนึ่งของโลกคนนี้ เรื่องราวที่อยู่ในความสงสัยมาหลายวันก็คือ โรนัลโด้ ฟิตเต็มร้อยหรือเปล่า
ไม่มีใครกังขาในความสามารถของ โรนัลโด้ มีรางวัลการันตีมากมายทั้งรางวัลของทีมและส่วนตัว การเคลื่อนตัวจากริมเส้นเข้าด้านในเป็นกองหน้าอีกคนหนึ่งของ คริสติอาโน่ โรนัลโด้ นั่นคือความอันตรายและเป็นอาวุธร้ายมาตลอด
ทว่าหากมองสถิติในการเล่นกับแอตเลติโก มาดริด ของโรนัลโด้ อาจจะไม่โก้สักเท่าไหร่ หลังจากนัดชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อ 2 ปีก่อน โรนัลโด้ ยิงประตูตราหมีจากโอเพ่น เพลย์ ได้แค่ประตูเดียวในการเจอกัน 10 นัด
พลังสังหารของ โรนัลโด้ จะออกฤทธิ์ในนัดนี้หรือไม่ต้องตามไปดู ท่ามกลางความสงสัย สภาพร่างกายฟิตแค่ไหนกันแน่
พยายามมาตลอดกับการเล่นในราชันชุดขาว เพื่อออกจากร่มเงาของ โรนัลโด้ ให้ได้ แกเร็ธ เบล ยังคงเป็นแมตช์วินเนอร์คนหนึ่งของทีม สามารถตัดสินเกมในนัดสำคัญมาหลายต่อหลายเกม
ช่วงเวลาที่ไม่แน่ใจว่า โรนัลโด้ ฟิตมากน้อยแค่ไหน แกเร็ธ เบล ย่อมเป็นความคาดหวังหนึ่งที่เรอัล มาดริด ต้องการให้เสนอตัวออกมาแบกภาระความต้องการเอาไว้
คำตอบทั้งหมดอยู่ในสนาม อยู่ในเกมที่ทั้งสองทีมจะต้องแสดงคุณภาพของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่ รวมทั้ง แกเร็ธ เบล ด้วย
2 กองหลังของราชันชุดขาวเต็มไปด้วยชื่อชั้นและประสบการณ์รวมไปถึงความหนักหน่วงในการเล่นเป็นกำลังสำคัญในเกมรับของทีมอย่างแน่นอน
ทว่าสิ่งที่ไม่แน่นอนมักจะเกิดขึ้นเป็นประจำเช่นกัน ด้วยความมั่นใจในชื่อชั้นของตัวเอง เซร์คิโอ รามอสพลาดง่ายๆให้เห็นมานักต่อนัก
ในขณะที่ปัญหาเรื่องควบคุมอารมณ์นั้นต้องยกให้กับ เปเป้ กองหลังที่ไม่กลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น ต้องดูกันว่าจุดอ่อนที่พลาดง่ายๆหรือการควบคุมอารมณ์ของทั้ง 2 คนนี้จะมีผลต่อเกมหรือเปล่า เมื่อต้องดวลหนักๆกับนักเตะตราหมีที่เต็มไปด้วยสปิริตอันแรงกล้า
ไม่มีใครปฏิเสธว่า อองตวน กรีซมันน์ คือทีเด็ดทีขาดของแอตเลติโก มาดริด ความสามารถและความเร็วที่จัดจ้านคืออันตรายร้ายแรงที่เรอัล มาดริด ต้องรับลมือ นอกจากนี้ความสุดยอดที่ลืมไม่ได้ของกรีซมันน์ ก็คือความฉลาดในการเคลื่อนที่ไม่ว่าจะมีบอลหรือไม่มีบอลอยู่กับตัว
อย่างไรก็ตาม มิติอันลึกลับของ เฟร์นานโด ตอร์เรส กับเกมนี้ ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน นาทีนี้สำหรับตอร์เรส ไม่ใช่นักเตะที่ร่วงโรยจนไร้ประโยชน์ลงไปเรื่อยๆ แต่กำลังเป็น ตอร์เรส ที่มีชีวิตชีวา มีความมั่นใจในการเล่น
จะเป็นการเพิ่มมิติของแอตเลติโก มาดริด ในการอาศัย ตอร์เรส ค้ำติดๆกับเซร์คิโอ รามอส พยายามดึงกองหลังเรอัล มาดริด ออกจากพื้นที่ รวมถึงการดึงจังหวะบอลเพื่อรอให้ กรีซมันน์ เติมเข้าสู่ช่องว่าง
แม้ว่าไม่ใช่ช่วงเวลาที่จะเรียก เฟร์นานโด ตอร์เรส ว่าเป็นจอมสังหาร แต่การเล่นเพื่อเป็นตัวเปิดทางให้กับเพื่อนร่วมทีมคือความน่าสนใจที่จะต้องตามไปดูว่าทำได้ดีแค่ไหน
ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ สร้างความเป็นทีม สร้างสปิริตอันแรงกล้าให้เกิดขึ้นกับทีมตราหมี โดยที่ไม่ต้องให้ความสำคัญกับใครคนใดคนหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเห็นทีมที่เล่นแบบนี้ ทีมที่เล่นเพื่อกันและกัน
นี่คืออาวุธที่สำคัญที่สุดของทีมแอตเลติโก มาดริด ที่บาร์ซ่าและเรอัล มาดริด ทำไม่ได้ อาจจะไม่ใช่สไตล์ที่ให้ความบันเทิงมากนักกับการเล่นแบบเหนียวแน่นไว้ก่อนแล้วโต้เป็นจังหวะๆไป
หลายคนอาจจะมองว่า ตราหมีมีแค่มิติเดียว ตัดได้แล้วโต้ ทว่าถ้าดูกันให้ดีจะมีการออกบอลริมเส้นด้วย นั่นคือออปชั่นที่เสริมเติมแต่งเพื่อให้มีความหลากหลายมากขึ้นของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่
สปิริตต่อสู้กับซูเปอร์สตาร์ สุดท้ายจบลงแบบไหน ตราหมีจะช้ำใจอีกครั้งหรือว่าเป็นฝั่งราชันต้องน้ำตาตกบ้าง อึดใจเดียวครับ
ไม่ว่าฟุตบอลระดับไหน ทีมเล็กหรือทีมใหญ่ จังหวะเซ็ตพีซคือจังหวะที่อันตรายอย่างยิ่ง ทีมไหนทำได้ดีก็มีโอกาสมากขึ้น ตรงข้ามทีมไหนรับมือไม่ดีมีโอกาสโดนทันที
นัดชิงเมื่อ 2 ปีก่อนของทั้ง 2 ทีม ประตูจากเซ็ตพีซมีให้เห็นกันชัดเจนมาแล้ว ดีไม่ดีเกมนัดชิงชนะเลิศครั้งนี้ จังหวะเซ็ตพีซอาจจะตัดสินเกมก็ได้
ดีเอโก้ โกดิน, เฟร์นานโด ตอร์เรส ของตราหมี หรือว่า คริสติอาโน่ โรนัลโด้ กับ เซร์คิโอ รามอส ของราชันชุดขาว จะทำได้ดีกว่ากันในจังหวะดังกล่าว




